ราคาน้ำมันดิบ (12 ต.ค. 65) ปรับลด กังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง จากสัญญาณความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า
วันที่ 12 ตุลาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า โดยนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกน เชส กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยในกลางปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น การขึ้นดอกเบี้ย และเหตุการณ์ที่รัสเซียส่งกำลังบุกโจมตียูเครน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 11 ต.ค. 2565 อยู่ที่ 89.35 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.78 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 94.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.90 เหรียญสหรัฐ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 จาก 2.9% เป็น 2.7% ในรายงานเดือน ต.ค. จากความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และนโยบายการเงินที่มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง
ผลสำรวจของนักวิเคราะห์ โดยสำนักข่าว Reuters คาดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในสัปดาห์ล่าสุดจะปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าสูงขึ้นราว 1.8 ล้านบาร์เรล โดยทางสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีอุปสงค์จากศรีลังกา ปริมาณ 18,000 ตัน เพื่อนำเข้าในเดือน พ.ย.นี้ อย่างไรก็ดี การประกาศเพิ่มโควตาส่งออกจากจีนในปี 2565 ยังคงส่งผลกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโควตาการส่งออกจากจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือน พ.ย. อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ประท้วงของแรงงานในฝรั่งเศสทำให้อุปทานในประเทศตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการนำเข้าจากฝั่งเอเชียมากขึ้น
