ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ทรงตัว หลังการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ทรงตัว หลังการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ซึ่งเผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในช่วงวันที่ 3-8 ก.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในปี 2568
นอกจากนี้ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นกว่า 90% ของปริมาณการส่งออกในเดือน ก.พ. 69 ด้านรายงานล่าสุดของ JP Morgan เผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางปรับขึ้นสู่ระดับ 19 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าระดับช่วงความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเพียง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 2 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 68.69 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 71.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อเนื่องนานกว่า 11 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อการโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา หลังการโจมตีของยูเครนในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้รัสเซียเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ของประเทศ
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐเดือน มิ.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 113,000 ตำแหน่ง ภายหลังการประกาศตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ตลาดปรับลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในเดือน ก.ค. 69 นี้ จากระดับ 33% สู่ระดับเพียง 20% เท่านั้น หลังตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานสะท้อนถึงภาคแรงงานของสหรัฐที่ยังคงอ่อนแอ
