ชาวสวนเฮ ‘ศุภจี’ ดันล้งชุมชน รับซื้อมะพร้าว สู้วิกฤตราคาตก
‘ศุภจี’ ลงพื้นที่ราชบุรี ติดตามโมเดล “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ต้นแบบ ยกระดับระบบมะพร้าวไทยทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่รวบรวมผลผลิต คัดคุณภาพ แปรรูป เชื่อมตลาดใน-ต่างประเทศ พร้อมเร่งปราบน้ำมะพร้าวปลอมปน หลังตรวจโรงงานแล้ว 24 แห่ง ดัน Zero Waste เพิ่มมูลค่าทุกส่วนของมะพร้าว สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกร
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ณ วิสาหกิจชุมชนตลาดกลางมะพร้าวน้ำหอมไทย บริษัท Coconut Breeze อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี พร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อผลักดันการยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน หลังจากกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ผลักดันการจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” เป็นต้นแบบ เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิต ควบคุมคุณภาพ คัดแยก แปรรูป และเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ที่ผ่านมาเกษตรกรเผชิญปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาถูกกดดันจากหลายปัจจัย โดยในระยะเร่งด่วน กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเข้าไปรับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด พร้อมประสานภาคเอกชน ทั้งสถานีบริการน้ำมัน โมเดิร์นเทรด และร้านค้า เข้ารับซื้อผลผลิตรวมกว่า 10 ล้านลูก แต่เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึงวันละประมาณ 2 ล้านลูก มาตรการรับซื้อเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงต้องวางโครงสร้างรองรับทั้งระบบ
“ล้งชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบที่สะท้อนความร่วมมือของเกษตรกรในพื้นที่ในการรวบรวมผลผลิตคุณภาพเข้าสู่ระบบที่ได้มาตรฐาน เป็นทางเลือกสำคัญให้สมาชิกสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องปอกเปลือกมะพร้าว ระบบสายพาน และอุปกรณ์คัดแยกผลผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังหารือร่วมกับ สส.ในพื้นที่และสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย เพื่อผลักดันล้งชุมชนเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตคุณภาพจากสมาชิก สร้างทางเลือกในการจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม และยกระดับมาตรฐานการคัดคุณภาพก่อนส่งออก โดยจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบ และมีแผนขยายผลไปยังแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอื่น ๆ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอให้จัดทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อจัดทำแผนแม่บทและรูปแบบการบริหารจัดการล้งชุมชนให้สามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเองในอนาคต พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งล้งชุมชนเพิ่มเติมในอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ก่อนขยายผลสู่พื้นที่อื่น

นางศุภจีกล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งตรวจสอบกระบวนการแปรรูปมะพร้าวและการดำเนินธุรกิจของล้งรับซื้ออย่างเข้มงวด หลังพบความเสี่ยงการปลอมปนวัตถุดิบบางประเภท โดยขณะนี้ได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปแล้ว 24 แห่ง และพบผู้ประกอบการบางรายเข้าข่ายกระทำผิด จึงดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมทั้งประสานจังหวัดและเครือข่ายเกษตรกรแจ้งเบาะแสต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการปลอมปนน้ำมะพร้าว ซึ่งกระทบต่อมาตรฐานสินค้า ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และราคาผลผลิตของเกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้นำผู้ซื้อภายในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับวิสาหกิจชุมชน พร้อมเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างความมั่นคงด้านการตลาดให้เกษตรกรในระยะยาว
อีกแนวทางสำคัญคือการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของมะพร้าวตามแนวคิด Zero Waste โดยนำเปลือกมะพร้าว กะลามะพร้าว และวัสดุเหลือใช้ มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น วัสดุบรรจุภัณฑ์ เชื้อเพลิง ไบโอชาร์ ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านธนาคารออมสินและ SME D Bank

นางศุภจีกล่าวว่า หากสามารถพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิต การรวบรวมผลผลิตผ่านล้งชุมชน การแปรรูป การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ และการกระจายตลาดส่งออกให้หลากหลาย จะช่วยแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมทั้งระบบอย่างยั่งยืน และยกระดับมะพร้าวน้ำหอมไทยสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
ด้านนายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย กล่าวว่า ล้งชุมชนเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ระยะแรกมุ่งรองรับตลาดภายในประเทศ ผ่านความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย โมเดิร์นเทรด และหน่วยงานในพื้นที่ ก่อนขยายสู่ตลาดส่งออก โดยปัจจุบันมีผู้ซื้อหลายรายสนใจเข้ามาเชื่อมโยงธุรกิจแล้ว
นายจรัญกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของล้งชุมชนคือสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ารับซื้อผลผลิตในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียง 2-3 บาทต่อลูกเหมือนที่ผ่านมา

สำหรับสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมไทย ปี 2568 มีเกษตรกรผู้เพาะปลูก 56,522 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 305,706 ไร่ เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน ผลผลิตรวม 877,681 ตัน เพิ่มขึ้น 49.80% จากปี 2567 จากสภาพอากาศเอื้ออำนวยและฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มเป็น 4,643 กิโลกรัมต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้น 43%
ขณะที่ปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม สินค้ามะพร้าวมีปริมาณส่งออกทั้งหมด 533,353 ตัน มูลค่า 568.07 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 9.18% โดยแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม สมุทรสงคราม และสงขลา ผลผลิตประมาณ 30% จำหน่ายในประเทศ และ 70% ส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย