สสจ.เชียงใหม่ เผยยอดป่วยไข้หวัดใหญ่ปี 69 ลดลง เร่งปูพรมฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงก่อนเข้าฤดูระบาด
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เผย สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ครึ่งปีแรก พบผู้ป่วยสะสม 8,047 ราย แนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ย้ำกลุ่มเด็กเล็ก 0-9 ปียังคงเป็นกลุ่มที่พบผู้ป่วยสูงสุด สั่งเข้มโรงเรียนและสถานที่รวมกลุ่มคนเฝ้าระวังการระบาดเป็นกลุ่มก้อน พร้อมรณรงค์ฉีดวัคซีนฟรี 2.2 แสนโดส เพื่อลดความรุนแรงก่อนเข้าสู่ช่วงพีคปลายฤดูฝน
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประจำปี 2569 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเผยสถานการณ์ครึ่งปีแรกภาพรวมลดลงกว่าปีก่อน แต่ยังย้ำเตือนให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนก่อนเข้าสู่ช่วงระบาดใหญ่ปลายฤดูฝน
นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 8,047 ราย และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งตัวเลขในภาพรวมถือว่ามีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และยังไม่เกินค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถิติพบว่า อำเภอจอมทอง มีอัตราผู้ป่วยสูงที่สุด รองลงมาคือ อำเภอสันทราย, อำเภออมก๋อย, อำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอแม่แตง ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือกลุ่มเด็กเล็ก อายุแรกเกิดถึง 9 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 5-9 ปี ซึ่งเป็นวัยเรียน มีอัตราการเจ็บป่วยสูงที่สุด

นายแพทย์วรัญญู กล่าวว่าสสจ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการไปยังทุกอำเภอให้เร่งสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน พร้อมประสานสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร เรือนจำ และสถานพินิจฯ ให้เฝ้าระวังการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) อย่างใกล้ชิด โดยหากพบการระบาดจะต้องรายงานให้ สสจ. ทราบภายใน 1 วันทันที
สำหรับมาตรการด้านวัคซีน ในปี 2569 จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ รวมทั้งสิ้น 223,736 โดส ซึ่งได้กระจายไปยังหน่วยบริการต่าง ๆ แล้ว โดยแบ่งการจัดสรรเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มหลัก (สิทธิบัตรทอง/ประกันสังคม) จำนวน 194,820 โดส, บุคลากรทางการแพทย์ 20,220 โดส และกลุ่มผู้ต้องขัง/เจ้าหน้าที่เรือนจำ 8,696 โดส
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงรีบติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนฟรีได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านตามสิทธิ ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2569 (หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด) พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้รักษามาตรการป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต