กลายเป็นประเด็นฮืออีกครั้งในโลกโซเชียลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท เจียเม้ง จำกัด ที่ตั้งอยู่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ประกาศให้ลูกจ้างและพนักงานในโรงสี 200 คน จากทั้งหมด 500 คน มายื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ลาออกจากงานโดยสมัครใจ
โดย “นางประพิศ มานะธัญญา” กรรมการผู้จัดการบริษัทเจียเม้ง ระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากบริษัทต้องการลดต้นทุนส่วนของพนักงานลง
ประเด็นนี้ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวางในวงการค้าข้าว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าที่ผ่านมา “เจียเม้ง” ยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องคดีดำ ฟ.17/2559 ที่เจียเม้ง (จำเลย) ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตนเองนับจาก 15 ก.ค. 2559 มีหนี้รวม 4,480 ล้านบาท มีเจ้าหนี้ 37 ราย ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน 7 แห่ง 3,480.5 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าและหน่วยราชการ 30 ราย รวม 996.3 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้ 12 รายได้ยื่นคัดค้านแผนพื้นฟูกิจการ อาทิ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, บจ.เอกอุดมค้าข้าว, นายมาโนชญ์ โสภณัตถกิจ, บจ.โกลบอลโพรเคียวเม้นท์ พีทีวาย, บจ.โรงสีชัยวาณิชย์วัฒนา, หจก.โรงสีท่าแหสมบูรณ์ทรัพย์, นายวิรัช ฐิติโภคา, หจก.ข้าวไทยรุ่งเรือง, น.ส.สวิตา จามสุวรรณ, นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนกุล, กรมการค้าต่างประเทศ และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่เจียเม้งอ้างว่ามีหนี้สินจำนวนมากเกิดขึ้นหลังจากการทำธุรกิจข้าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำ ไม่น่านำมาเป็นเหตุผล เพราะประเมินได้อยู่แล้วว่าโครงการรับจำนำเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล ถือว่ามีความเสี่ยง

ต่อมา “นางประพิศ” ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการเป็นครั้งที่ 2 แต่ศาลล้มละลายกลางไม่รับแผนฟื้นฟูกิจการ
ความเคลื่อนไหวล่าสุด กรมบังคับคดี จ.อยุธยา ได้ประกาศนำสินทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ดินของเจียเม้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ออกมาขายทอดตลาด ขณะที่เจ้าหนี้รายย่อยบางส่วน เช่น หยง และบริษัท โกลบอล โพเคียวเม้นท์ พีทีไว ลิมิเต็ด จำกัด ได้ยื่นฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ด้านธนาคารกรุงเทพ หนึ่งในเจ้าหนี้ ซึ่งมีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างน้อย 30% ของมูลค่าหนี้ อยู่ระหว่างการยึดค้ำประกันหนี้
สำหรับมูลหนี้ของ 7 ธนาคาร อาทิ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ยอดเงินกู้ 490 ล้านบาท มีหลักทรัพย์เป็นที่ดินสิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์และเครื่องจักรในโรงงาน, ธนาคารกสิกรไทย เป็นสินเชื่อเพื่อการส่งออก 400 ล้านบาท รับซื้อลดตั๋วส่งออก 100 ล้านบาท สัญญาล่วงหน้า 16.5 ล้านบาท รวม 516.5 ล้านบาท, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีมูลหนี้ตั๋ว P/N 248.9 ล้านบาท ตั๋ว P/C ครบกำหนดชำระ 175.1 ล้านบาท, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หนี้สินค้างชำระทั้งเบิกเงินเกินบัญชี ขายตั๋วสัญญาเพื่อการส่งออก 145.4 ล้านบาท, ธนาคารกรุงเทพ มีหลักทรัพย์ที่ดิน 157 ล้านบาท
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Prachachat ได้แล้วทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์
