ราคาน้ำมันดิบ (14 ต.ค. 65) ปรับเพิ่ม สหรัฐเผยสต๊อกน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับต่ำ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเผยสต๊อกน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับต่ำ
วันที่ 14 ตุลาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม จากปริมาณสต๊อกน้ำมันดีเซลที่อยู่ในระดับต่ำก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว โดยสหรัฐพบว่าปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลัง ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันดีเซลและน้ำมันทำความร้อน ปรับลดลงถึง 4.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 106.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน พ.ค. มากกกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 2 ล้านบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 13 ต.ค. 2565 อยู่ที่ 89.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.84 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 94.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.12 เหรียญสหรัฐ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ต.ค. 65 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 439.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล
กระทรวงแรงงานสหรัฐเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับเพิ่ม 8.2% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.1% ซึ่งแสดงถึงสหรัฐยังคงเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะชะลอตัวสู่ระดับที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในอินเดียก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลดิวาลี รวมถึงอินเดียมีความต้องการน้ำมันเบนซินมากถึง 32,000 ตัน อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงมีการนำเข้าเบนซินลดลง 13.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน เนื่องจากยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลในเวียดนามเพิ่มขึ้น จากปัญหาขาดแคลนน้ำมันโดยเฉพาะทางภาคใต้ของเวียดนามในช่วงเดือน ส.ค. อย่างไรก็ตาม อุปทานในตลาดเอเชียโดยรวมยังคงมีความตึงตัว
