เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ภาคประชาชนบุกยื่นหนังสือร้องกรรมการสิทธิ์ ปมควบรวมทรู-ดีแทค

17 ต.ค. 2565 | 10:28น.
ยื่นหนังสือร้องกรรมการสิทธิ์ ปมควบรวมทรู-ดีแทค

ยื่นหนังสือร้องกรรมการสิทธิ์ ปมควบรวมทรู-ดีแทค

เครือข่ายสลัมสี่ภาค เข้ายื่นจดหมายต่อ คกก.สิทธิมนุษยชน หลังปมควบรวมทรู-ดีแทค ส่อแววละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน

วันที่ 17 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า เครือข่ายสลัมสี่ภาคได้รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สนับสนุนให้ กสทช.ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

โดยมีนางสาวสุภทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้ารับหนังสือดังกล่าว

นางสาวสุภทรากล่าวด้วยว่า จะนำเรื่องที่ภาคประชาชนเสนอมาเข้าสู่วาระการกลั่นกรองในบ่ายวันนี้ (17 ต.ค. 2565) เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่เพราะ กสทช.จะพิจารณาดีลดังกล่าวในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ “คณะกรรมการสิทธิ์จะต้องร่วมพิจารณาอีกด้วย ว่าประเด็นที่ภาคประชาชนเสนอมาเกี่ยวข้องกับเรามากน้อยแค่ไหน เราจะปฏิบัติการได้อย่างไร ส่วนไหนที่เราต้องส่งหน่วยงานอื่นต่อ”

โดยสาระสำคัญของหนังสือร้องเรียน นอกเหนือจากข้อกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการแข่งขันและมีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจโทรคมนาคมหลังการควบรวมแล้ว เครือข่ายสลัมสี่ภาคชูประเด็น “ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล” ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติทางการค้า และราคาค่าบริการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคอีกด้วย

ทั้งนี้ เครือข่ายสลัมสี่ภาคได้ยกผลการศึกษาจากที่ปรึกษาอิสระต่างประเทศที่ กสทช.มอบหมายให้ศึกษา “SCF Associates LTD” ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่าง TRUE และ DTAC
(A Study on the Impact of a Proposed Merger)

พบว่าผลการศึกษาบางประเด็น เป็นประเด็นที่ผู้บริโภคมีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่นบางตอนที่ระบุว่า “กสทช. ควรจะให้น้ำหนักความสำคัญในการประเมินประเด็นด้านภูมิศาสตร์ หรือด้านการกระจายรายได้”

อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายควรคำนึงเกี่ยวกับการแบ่งแยกทางดิจิทัล หากไม่แทรกแซง โดยเฉพาะการออกกฎ ระเบียบในการควบรวม ก็จะทำให้เกิดเป็น Duopoly (การแข่งขันเพียง 2 บริษัทในตลาด) โดยปริยาย และวิธีการจัดการของ MNO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีโครงข่ายของตัวเอง)

ที่ชัดเจนคือ การเพิกเฉยต่อบริการพื้นที่ชนบท (ภูมิภาคที่มีรายได้น้อยและห่างไกล) จะขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ จากนั้น MNOS ทั้ง 2 รายจะมุ่งเน้นทำการตลาดไปที่กลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้สูง พื้นที่เมือง และพื้นที่ประชากรหนาแน่นเป็นหลัก โดยคำนึงถึงผลตอบแทน หรือกำไรมากกว่าในเขตพื้นที่เมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับ 5G เนื่องจากสามารถใช้ความถี่สูงที่มีช่วงสั้น (ลึก ถึง 50 เมตร) ได้ ดังนั้น การใช้งานในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง (พื้นที่ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการสูงกว่า) จึงทำกำไรได้สูงขึ้น เป็นการลงทุนที่คุ้มทุนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด” ซึ่งประเด็นดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่า การควบรวมที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ชนบทที่อยู่ห่างไกลและมีรายได้น้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องลงทุนสูง เพราะพื้นที่ห่างไกล และเป็นกลุ่มที่ไม่ทำกำไรให้กับธุรกิจ

เครือข่ายสลัม 4 ภาคพิจารณาแล้วเห็นว่า หาก กสทช.มีผลการพิจารณาให้มีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมดังกล่าว จะทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งในต่างจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจะถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการบริการสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในเมืองที่จะต้องเสียค่าบริการสูงขึ้นกว่าเดิม

การพิจารณาอนุญาตให้เกิดการควบรวม จึงอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิการใช้ทรัพยากรสาธารณะของประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

DTAC ดีแทค ทรู