เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
เตรียมพร้อมพลังงานสำรอง-ความมั่นคงอาหาร รับสงครามสหรัฐ-อิหร่านปะทุ
Politics เตรียมพร้อมพลังงานสำรอง-ความมั่นคงอาหาร รับสงครามสหรัฐ-อิหร่านปะทุ
‘เอทิฮัด’ บูมบินตรงกรุงเทพฯ ชู A380 เพิ่มตัวเลือกพรีเมี่ยม
Business ‘เอทิฮัด’ บูมบินตรงกรุงเทพฯ ชู A380 เพิ่มตัวเลือกพรีเมี่ยม
ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Uncategorized ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 4.3% อยู่ที่ 77,734 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 4.3% อยู่ที่ 77,734 เหรียญสหรัฐ
ทุ่ม 4.5 หมื่นล้านบูม ‘หาดใหญ่’ เวนคืน-ก่อสร้าง ‘วงแหวนรอบเมือง’
Real Estate ทุ่ม 4.5 หมื่นล้านบูม ‘หาดใหญ่’ เวนคืน-ก่อสร้าง ‘วงแหวนรอบเมือง’
กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
Tech กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
Finance ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ดูทั้งหมด

ม.หอค้าไทยเผยสำรวจธุรกิจเอสเอ็มอี พบฟื้นตัวระดับต่ำ ชี้บาทแข็ง-ขึ้นค่าแรงเป็นปัจจัยเสี่ยง

29 ม.ค. 2561 | 17:48น.

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี ไตรมาส4/2560 จากสำรวจธุรกิจ1,202 ราย ระหว่างวันที่ 3-22 มกราคม 2561 พบว่า ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี ไตรมาส 4/2560 อยู่ระดับ 47.9 จุด เพิ่มขึ้น 0.2 จุด จากไตรมาส 3/2560 แนวโน้มดัชนีฯดีขึ้นอยู่ระดับ 48.5 จุด ในไตรมาส 1/2561

ซึ่งเป็นผลจากดัชนีสถานการณ์ธุรกิจไตรมาส4/2560 อยู่ระดับ 42.3 จุด เพิ่มขึ้น 1.2 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากธุรกิจมีสภาพคล่อง สต็อกวัตถุดิบ หนี้สินรวม ยอดขายรวมดีขึ้น และคาดว่าดัชนีสถานการณ์ธุกิจดีขึ้นอยู่ระดับ 42.8 จุด ในไตรมาส1/2561 แต่ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ไตรมาส4/ 2560 อยู่ระดับ 50.2 จุด ลดลง 0.1 จุด เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น การเพิ่มราคาขายยังไม่ได้ และยังไม่มีกำไร แต่แนวโน้มไตรมาส 1/2561 จะดีขึ้นและอยู่ระดับ 50.4 จุด

เช่นเดียวกับดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจไตรมาส 4/2560 อยู่ระดับ 51.2 จุดลดลง 0.5 จุด จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเอสเอ็มอียังไม่ได้ปรับวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ รวมถึงการเตรียมรับมือรับความเสี่ยงที่ทำให้รายได้หดตัวฉับพลัน ความเสี่ยงการผลิตเพื่อขายยังไม่เต็ม และยังไม่ได้ทำดำเนินธุรกิจแบบมีความพอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดีนัก โดยแนวโน้มดัชนีฯไตรมาส1/2561 ดีขึ้นและอยู่ระดับ 52.3 จุด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจดัชนีฯดังกล่าว สะท้อนว่าเอสเอ็มอีฟื้นตัวแล้ว โดยภาพรวมภาวะที่ดีขึ้นทั้งยอดขาย สภาพคล่องธุรกิจ และสภาพหนี้สิน แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะระดับดัชนีฯยังต่ำกว่าระดับ 50

” ในภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจยังกระจุกตัว และยังไม่กระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก จึงเชื่อว่าเอสเอ็มอีจะฟื้นตัวเต็มที่ปลายไตรมาส 3/2561 และรับรู้กำไรได้ ที่เด่นคือภาคบริการและท่องเที่ยว คาดว่าปี 2561 เศรษฐกิจจะเติบโต 4.2-4.5% ตามการขยายตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงรัฐอัดงบประมาณผ่านมาตรการต่างๆ เช่น สวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อย ราคาสินค้าเกษตรและน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น ดีต่อกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโตได้ 4.4-4.7% ”

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แต่ในการสำรวจพบว่ากำไรเอสเอ็มอียังไม่ค่อยดี เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันและค่าบริหารจัดการสูงขึ้น แต่คาดจะเกิดกำไรครึ่งหลังของปีนี้ตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ในสำรวจยังพบอีกว่าเอสเอ็มอีไทยพร้อมปรับตัวในระยะยาว เริ่มลงทุนด้านไอทีตามกระแสดิจิทัล และหากได้สนับสนุนสินเชื่อจะทำให้เอสเอ็มอีฟื้นตัวได้ดีขึ้น

สำหรับผลกระทบต่อการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 นั้น เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ ระบุว่าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที โดยเอสเอ็มอีใช้การปรับตัวและประคองตัวด้วยการไม่จ้างงานเพิ่ม นำเครื่องจักรมาทดแทนคน และทำงานเองบางส่วน ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงปี 2561 เฉลี่ยที่ 15% มีการจ้างงาน 6 ล้านคน จะทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.1-0.2% ของจีดีพี และเชื่อว่าด้วยมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ การลงทุนมีต่อเนื่อง การส่งออกและท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง จะมีเม็ดเงินมหาศาลสู่ระบบเศรษฐกิจจะเป็นโอกาสเอสเอ็มอีสร้างรายได้และไตรมาส 1/2561 จะไม่กระทบอะไร และมีเวลาให้ปรับตัวในไตรมาส 2/2561 ก็จะไม่กระทบต่อธุรกิจเกินไป

สำหรับเงินบาทแข็งค่า นั้น ยังไม่มีใครทราบว่าเงินบาทจะวิ่งถึงเท่าไหร่ โดยมีแนวโน้มธนาคารกลางสรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก จะช่วยยับยั้งการแข็งค่าของเงินบาทได้ระดับหนึ่ง เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะติดตามดูแลใกล้ชิด และคาดว่าไตรมาส 1-2 ธุรกิจส่งออกยังประคองตัวได้ หันทำประกันความเสี่ยงค่าเงินมากขึ้น ก็จะไม่กระทบกับการส่งออกโดยรวม แต่กระทบต่อกำไรลดลงบ้าง คาดว่าปีนี้ขยายตัว 5%

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมมาตรการสินเชื่อ 78,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาทิ 1.โครงการฟื้นฟูและเสริมศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำหรับเอสเอ็มอีคนตัวเล็ก วงเงิน 8,000 ล้านบาท เริ่มปล่อยสินเชื่อเดือนกุมภาพันธ์นี้ อัตราดอกเบี้ย1% 2.โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนรายย่อย วงเงิน 50,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม มีผู้ส่งคำขอแล้ว 1,800 ล้านบาท เน้นท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรแปรรูป และ3.โครงการสินเชื่อ Factoring สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดย่อมและกลาง วงเงิน 12,000 ล้านบาท จะปล่อยสินเชื่อเดือนมีนาคมนี้

 

ที่มา มติชนออนไลน์