Skip to content

ประกันรายได้ข้าว กระทบแผนลดคาร์บอนไทย

16 พ.ย. 2565 | 09:14น.
ประกันรายได้ข้าว กระทบแผนลดคาร์บอนไทย
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กษมา ประชาชาติ

“ข้าว” พืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 11 ล้านไร่ สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกปีละกว่า 1 แสนล้านบาท แต่รู้ไหมว่าการปลูกข้าวกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะพืชที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด

ในการสัมมนาเรื่องตลาดคาร์บอนกับบทบาทภาคเกษตรไทย ที่จัดโดยสถาบันคลังสมองของชาติร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และเคหการเกษตร ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือ โดยมีข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ 354 ล้านตันคาร์บอน

โดยมาจากภาคเกษตรสูงสุดเป็นอันดับ 2 ปริมาณ 52 ล้านตันคาร์บอน สัดส่วนถึง 14.72% เป็นรองจากภาคพลังงาน ซึ่งในจำนวนนี้ “ข้าว” เป็นพืชที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการ
เพาะปลูกมากที่สุด ถึง 51.07% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในภาคเกษตร ซึ่งหลักคือ “ก๊าซมีเทน”

เมื่อมาถึงจุดนี้ทุกคนอาจมีคำถามเล็กน้อย เพราะคิดว่าก๊าซเรือนกระจก น่าหมายถึงคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเดียว แต่จริง ๆ หมายถึงก๊าซหลาย ชนิด ดังนั้น เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ปี 2050 จึงไม่มีผลกับสินค้าข้าวมากนักในระยะแรกที่จะเน้นไปที่การลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ก็คงหนีไม่พ้นในระยะต่อไป ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Zero Emission ปี 2065

ดังนั้น ระหว่างนี้ประเทศผู้ปลูกข้าวอย่างไทยที่จะอยู่ในสถานะทั้งผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผู้ขายคาร์บอนเครดิตในอนาคต ต้องเรียนรู้ ปรับตัว และเตรียมแผนให้ทันกับกติกาของคู่ค้า อย่างที่สหภาพยุโรปใช้ CBAM และที่สหรัฐกำลังยกร่างกฎหมายที่จะกำหนดมาตรการจัดเก็บภาษีกับผู้ที่ผลิตสินค้าที่ปล่อยคาร์บอน

เวทีนี้ รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อ.ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำเสนองานวิจัยที่ทำให้กับ อบก. ในเรื่อง “การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง” ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำในนา ตามโครงการไรซ์ นามา

โดยผลประโยชน์จากการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งทุก ๆ 1 ไร่ จะมีมูลค่ารวม 11,128 บาทต่อไร่ ซึ่งมาจากการประหยัดน้ำถึง 10,693.25 บาทต่อไร่ และหากเกิดการซื้อขายคาร์บอนเครดิต จะสามารถสร้างมูลค่าจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่อไร่ได้อีก 69.37 บาท หากอนาคตราคาคาร์บอนสูงขึ้นก็จะมีโอกาสทำรายได้มากขึ้นอีก

แต่ที่สุดแล้ว “รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร” นักวิชาการเกียรติคุณ จากทีดีอาร์ไอ มองว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ไม่เพียงขึ้นอยู่กับ “ชาวนา” แต่ที่สำคัญอยู่ที่ความกล้าของภาครัฐด้วย เพราะหากรัฐบาลคงใช้นโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกร จนทำให้เกษตรกรเสพติดการรับความช่วยเหลือ จนรู้สึกว่าไม่ว่าจะปลูกข้าวอย่างไรรัฐบาลก็จะช่วยจ่ายชดเชยให้ ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องปรับตัว

และยิ่งถึงฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งอย่างนี้ ยิ่งเป็นไปได้ยากที่จะมีพรรคการเมืองใดกล้าตัดสินใจเลิกนโยบายประชานิยม ขัดใจชาวนากว่า 4 ล้านครัวเรือน ดังนั้น ความหวังที่จะปรับวิธีการปลูกข้าวลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยากยิ่งที่จะไปถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าว