ทนายตั้มชี้ชัดพยานฝ่ายครูปรีชาให้การหนังคนละม้วน เตือนหากปั้นพยานเท็จ จ่อคุกยกขบวนการ
ความคืบหน้ากรณีหวยอลเวง 30 ล้าน ระหว่าง “ครูปรีชา” นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี กับ “ลุงจรูญ” ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ ที่ประชาชนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในทุกช่องทาง โดยอยากจะทราบข้อเท็จจริงว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทที่แท้จริง จนเรื่องนี้กลายเป็นมหากาพย์ และถูกยกให้เป็นวะระแห่งชาติไปแล้วนั้น กระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ ร.ต.ท.จรูญ พร้อมครอบครัว ได้เดินทางไปสาบานต่อหน้าศาลหลักเมือง ถ.หลักเมือง เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองกาญจนบุรี เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองเป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวมาจริง โดยไม่ได้ไปเก็บของที่ตกหล่นมา ขณะที่ นายปรีชา แม่ค้าลอตเตอรี่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดี รวมทั้งนายตำรวจระดับสูง ไม่ได้มาปรากฏตัวเพื่อสาบานตามคำท้าแต่อย่างใด มีเพียง นางปณัญชยา สุขผล หรือเจ้เกียว ผู้ค้าสลากรายใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นพยานคนสำคัญของฝ่าย ครูปรีชา มาสาบานเพียงคนเดียว นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันนี้ 5 กุมภาพันธ์ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางกลับในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ว่า “เช้าวานนี้หลังจากที่คุณลุงไปสาบานกับศาลหลักเมืองตามคำสัญญาของคนจริงด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแล้ว น่าจะทำให้ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมมีความสบายใจและมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของคุณลุงที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ ท่านคงรับรู้รับทราบว่าใครดีใครชั่วอย่างไรบ้าง
วานนี้เช่นกัน ผมฝากขอบคุณท่านผู้หวังดีที่เตือนว่าจะมีคนสายแข็งมาเป็นพยานเด็ดให้ครูอีกสองปาก ผมขอกราบขอบคุณมากครับ แต่ในใจผมเชื่อว่าคงไม่มีใครกล้ากับศาลหลักเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วครับ และช่วงนี้ก็มีข่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองเราที่คนมองไม่เห็นได้สร้างอาถรรพ์ให้ชาวต่างประเทศที่ลองของเจอดีกันมาแล้ว พยานเด็ดรายใหม่ที่ข่าวว่าเป็นถึงข้าราชการจะลองดีก็เชิญเลยครับ ประการสำคัญพยานข้าราชการที่ว่านี้จะเด็ดขนาดไหนมันก็คือคนนอกที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย แต่คงจะพยายามทำให้เป็นผู้วิเศษที่รู้เห็นทุกอย่างให้ได้ แต่จะมาปั้นกันตอนนี้มันยากแล้วครับ ทั้งระยะเวลาที่ชวนสงสัย ความน่าเชื่อถือของตัวพยานและคำให้การที่จะมาให้การหลังจากที่ดูหนังจนรู้เรื่องราวรายละเอียดไปเกือบจะจบเรื่องแล้ว อีกทั้งต้องมีความเป็นเหตุเป็นผลด้วย มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ก็ขนาดคนที่คุยนักคุยหนาว่าอยู่ใกล้ชิดกับหวยยังพูดไม่ตรงกันซักครั้ง นับประสาอะไรกับพยานที่จะอุปโลกน์ขึ้นมาอีกครับ
ผู้ที่เรียนกฎหมายมาย่อมทราบกันดีว่าพยานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นน่าเชื่อถือมากที่สุดในกระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อมีความพยายามเอาพยานบุคคลมาหักล้างให้ได้ มันก็เลยพยายามที่จะทำให้เนียนสุดๆ พยาน 30 – 40 ปาก ของฝ่ายครูนั้น ส่วนใหญ่ก็พยานบอกเล่าทั้งนั้นครับ และพยานบอกเล่าระดับไหนที่มีน้ำหนักนักกฎหมายก็ทราบกันดี ต่อให้แผงหวยติดๆ กันมันก็คือพยานบอกเล่าทั้งนั้น เหตุนี้ไงครับเลยต้องพยายามให้มีประจักษ์พยานให้ได้ แต่เมื่อปั้นมาแล้วนักกฎหมายก็ทราบกันดีครับว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เพราะพยานเด็ดคงไม่มีตาทิพย์ที่จะเห็นเลขหวยได้ ก็เลยมีเหตุให้คุณลุงต้องตะโกนคำว่าหวยหล่นไงครับเพื่อจะให้สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับพยานเด็ด จึงเป็นที่มาของการแจ้งข้อกล่าวหาแก่คุณลุงตามมา ความจริงคุณลุงน่าจะตะโกนบอกเลข ทั้ง 6 ตัว ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจะได้สมจริงมากขึ้นไปอีก ผมแบไต๋มาขนาดนี้แล้วหวังว่าการถ่ายทำคงกลับไปสร้างใหม่เพื่อให้สมจริงมากขึ้น ทำอะไรได้ทำไปเลยครับ แต่อย่าให้ขัดกับที่แถลงข่าวและที่ให้สัมภาษณ์ไปนะครับ อะไรๆ ที่ผ่านมาล้วนเป็นพยานหลักฐานทั้งสิ้น
และผมก็สงสัยอยู่นิดหนึ่งว่าพยานเด็ดรายนี้ ก่อนการใช้งานได้ผ่านเครื่องจับเท็จมาหรือไม่ มีความน่าเชื่อถือเพียงใด ก็ขนาดคดีครูจอมทรัพย์ที่ผ่านการสกรีนอย่างหนัก ผ่านการตรวจสอบมาทั้งคนทั้งเครื่อง พอเจอศาลซักหนักๆ ยังไปไม่เป็นเลยครับ จากที่จะได้อยู่กับครอบครัวสบายๆ กลับพากันเข้าคุกทั้งโขยง เงินก็ไม่ได้ ตะโกนให้ใครช่วยก็หายหัวกันหมด สัญญาที่ใครเคยให้ไว้จบสิ้นทันทีเหมือนคนไม่รู้จักกัน เวรกรรมแท้ๆ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะไปการันตีนักแสดงนี่แหละ อย่างนี้ยังจะคิดต่อเติมเสริมแต่งกันอีกหรือครับ ผมแบไต๋อีกนิด นั่นมันตลาดนัดนะครับไม่ใช่ป่าช้า ขนาดจุดรถชนของครูจอมทรัพย์มืดๆ อย่างนั้นยังเสร็จมาแล้ว จะมาเอาอะไรกับกลางตลาดนัด จากผู้ที่ยอมเสียสละจะช่วยราชการตำรวจจะกลายเป็นช่วยราชการที่กรมอื่นแทนนะครับ จะทำอะไรก็ให้ปรึกษาคุณสับ วาปี กับพวกก่อนแล้วจะได้ข้อคิดดีๆ เอามาเตือนสติ วิธีตรวจสอบพยานเท็จมีอีกเยอะครับ แล้วเราค่อยเจอกัน คนที่สืบสวนที่ใช้ความสามารถพลิกแผ่นดินควานหาตัวพยานเด็ดมาให้การในคดีนี้ ท่านต้องรับผิดชอบด้วยนะครับ เพราะตำรวจใหญ่แถลงเองนะครับว่าตรวจสอบแล้วไม่พบพิรุธ ท่านการันตีเองต่อหน้าคนทั้งประเทศ ท่านต้องรับผิดชอบร่วมกัน จะบอกปัดภายหลังไม่ได้นะครับ ส่วนประเด็นที่พยานเด็ดเห็นคุณลุงนั้นขอให้เอาให้แน่ ตกลงกันก่อนว่าจะเอากี่เมตร บอกมาแล้วว่าห่างแผงหวย 20 เมตร ตำรวจใหญ่ก็บอกว่าเห็นลุงในระยะใกล้ (ก็เพื่อให้สมเหตุสมผล) ผมขอฝากบอกอย่างแฟร์ๆ เลยว่าให้เลือกเอาเลยตามที่ชอบ จะเอามุมไหนของตลาดที่ห่างจากแผงหวย 20 เมตร เลือกได้เลยครับ ขอให้พยานเด็ดสู้ให้สมศักดิ์ศรี อย่าถอดใจก่อนก็แล้วกัน กินดีหมีมาขนาดนี้แล้วอย่าขาสั่นเหงื่อโชกเมื่อถึงเวลานั้น แบไต๋อย่างแฟร์ๆ แล้วครับ”
ที่มา : มติชนออนไลน์