ค่าเงินบาทผันผวน หลังตลาดหุ้นดิ่งทั่วโลก
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (6/2) ที่ระดับ 31.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 182 ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ก่อนที่จะส่งต่อให้วุฒิสภาสหรัฐลงมติเป็นลำดับต่อไป โดยการผ่านร่างงบประมาณจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปได้อีก 6 สัปดาห์ หรือจนถึงวันที่ 23 มีนาคม ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ออกมาเรียกร้องให้สภาคองเกรสขยายเพดานหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาล โดยสำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสได้ประมาณการไว้ว่า งบประมาณของกระทรวงการคลังอาจจะหมดลงภายในกลางเดือนมีนาคมนี้ ดังนั้นสภาคองเกรสจึงจำเป็นที่จะต้องขยายเพดานหนี้ให้สำเร็จก่อนช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาล นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวยังได้รายงานด้วยว่า ในปี 2554 สภาคองเกรสคว้าน้ำเหลวในการขยายเพดานหนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรับ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.41-57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 31.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (7/2) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2378/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (6/2) ที่ระดับ 1.2401/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันจันทรน์ที่ผ่านมา (5/2) นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนจะปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่อาจจะมีอุปสรรคจากความผันผวนในตลาดเงิน นอกจากนี้นายดรากีกล่าวต่อรัฐสภายุโรปด้วยว่า ทางอีซีบีจะจับตาดูอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลยูโรอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วงนี้เจ้าหน้าที่อีซีบีกำลังหารือกันว่าทางอีซีบีควรจะมีการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนกลับเข้าสู่ภาวะแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2362-1.2405 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2365/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (7/2) เปิดตลาดที่ระดับ 109.45/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (6/2) ที่ระดับ 109.00/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วานนี้ กระทรวงสุขภาพ แรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่นรายงานว่า อัตราค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นปรับตัวลดลงร้อยละ 0.2 ในปี 2560 เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนอัตราค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นซึ่งรวมถึงโบนัสด้วยนั้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 สู่ระดับ 316,907 เยน หรือประมาณ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักข่าวเกียวโดได้รายงานว่า เฉพาะในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวนั้น ค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยซึ่งรวมถึงโบนัส เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 สู่ระดับ 551,222 เยน อีกทั้ง นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ยังคงมองว่า บีโอเจยังคงอยู่ห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับร้อยละ 2 ส่งผลให้บีโอเจจะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปอีก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 108.91-109.71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 108.95/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (8/2) ตัวเลขดุลการค้าของเยอรมนี (8/2) และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (8/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.4/-2.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.45/-0.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ