เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ มุ่งแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ สร้างชนบทเป็นสังคมเมืองที่สงบสุข

07 ธ.ค. 2565 | 10:44น.
ประยุทธ์มุ่งแก้ความเหลื่อมล้ำ

โฆษกรัฐบาลเผย “ประยุทธ์” มุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผลักดันแนวคิดการกระจายอำนาจภาครัฐไปสู่ท้องถิ่น 

วันนี้ 7 ธันวาคม 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ด้วยนโยบายกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น และผลักดันแนวคิดการกระจายอำนาจภาครัฐไปสู่ท้องถิ่น รวมทั้งปรับองค์กรภาครัฐ (Government Reengineering) ให้มีความคล่องตัว และมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น รองรับต่อความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกยุคเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Disruption) และความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องที่ ซึ่งมีอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ความเป็นมา มีสภาพแวดล้อม และเงื่อนไขที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิผล เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไทย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านที่ 6 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุล และการพัฒนาระบบการบริหารการจัดการภาครัฐ ตามแผนงานย่อย ดังนี้

ภาครัฐเพื่อประชาชน เพิ่มขีดความสามารถของภาครัฐให้มีความทันสมัย มีความยืดหยุ่น ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเงิน การคลังภาครัฐ ให้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชน

ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส สะดวก และสุจริต โดยประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบประเมินผลได้

กระจายอำนาจอย่างเหมาะสม ปรับตัวให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมต่อภารกิจการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มีระบบภาษีและรายได้ท้องถิ่นอย่างเหมาะสม ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

พัฒนาค่านิยมในการทำงาน บุคลากรภาครัฐเป็นคนเก่งที่ดี ยึดมั่นในคุณธรรม และทำงานเพื่อประชาชน ภายใต้การสนับสนุนพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) ภาครัฐ

ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย เคารพในสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเสมอภาค ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ระบบยุติธรรมชุมชน และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกระบวนการยุติธรรม

ซึ่งจากการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา เห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีได้เห็นศักยภาพและโอกาสของพื้นที่ เดินหน้ากระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค และสร้างโอกาสการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ลดความเหลื่อมล้ำของการพัฒนา ลดการกระจุกตัวของการพัฒนา และประชากรของเมืองใหญ่ในปัจจุบัน โดยการสร้างสังคมชนบทเป็นสังคมเมืองที่สงบสุข เพียงพอ และแก้ปัญหา การย้ายถิ่นฐาน

โดยได้ 1.ส่งเสริมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเอเชีย ได้แก่ พัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และการพัฒนาจังหวัดชายแดน เพิ่มพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งใหม่ในภูมิภาค และเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอย่างต่อเนื่อง 2.ส่งเสริมและเร่งรัดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ทั่วประเทศ

ตลอดจนได้พัฒนาโครงสร้าง และระบบการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ การปรับเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติ อนุญาตของทางราชการที่มีความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจและดำเนินชีวิตของประชาชนให้เป็นระบบดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ในการบริหารราชการแผ่นดิน การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐสู่สาธารณะ การส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนากลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาบริการสาธารณะ และการตรวจสอบภาครัฐ และการปรับปรุงระเบียบ กฎหมาย เพื่อเอื้อต่อการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน

“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ ไม่เพียงแต่เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ แต่รัฐบาลเชื่อว่าการกระจายอำนาจนั้นต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นระบบ ตรวจสอบได้ ตอบสนองต่อความแตกต่าง และความต้องการของแต่ละพื้นที่ อีกทั้งต้องเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม ซึ่งตลอดเวลาของการทำงาน นายกรัฐมนตรีใช้หลักการเหล่านี้ มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม กระจายความเจริญอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกคน” นายอนุชากล่าว