เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,050 บาท
สุชาติ เชื่อช่วง IMF-World Bank 2026 คนไทยจะให้ความร่วมมือ-ไม่มีชุมนุม
Politics สุชาติ เชื่อช่วง IMF-World Bank 2026 คนไทยจะให้ความร่วมมือ-ไม่มีชุมนุม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาด Fund Flow ต่างชาติไหลออกชั่วคราว
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาด Fund Flow ต่างชาติไหลออกชั่วคราว
สุชาติ เผย ‘เนวิน’ แนะให้สามัคคี-ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
Politics สุชาติ เผย ‘เนวิน’ แนะให้สามัคคี-ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
The Times ชี้ UK ตามรอย EU เก็บภาษีอีวีจีน
World The Times ชี้ UK ตามรอย EU เก็บภาษีอีวีจีน
อนุทิน รับหนังสือ ‘พีมูฟ’ ประชิดทำเนียบ ยันไม่ตัดสิทธิสุขภาพ-ที่ดินทำกิน
Politics อนุทิน รับหนังสือ ‘พีมูฟ’ ประชิดทำเนียบ ยันไม่ตัดสิทธิสุขภาพ-ที่ดินทำกิน
สทนช.เตือน 5-7 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำหลาก-ล้นตลิ่งหลายพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลเสี่ยงด้วย
Economic สทนช.เตือน 5-7 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำหลาก-ล้นตลิ่งหลายพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลเสี่ยงด้วย
ยางไทยเร่งเกม ‘AI-นวัตกรรม’ สกัดโรคใบร่วง-เพิ่มมูลค่าปลายน้ำ
Economic ยางไทยเร่งเกม ‘AI-นวัตกรรม’ สกัดโรคใบร่วง-เพิ่มมูลค่าปลายน้ำ
ไทยวางเกมยางพารารอบใหม่ ผนึกมาเลย์คุมซัพพลายเชน-ดันมาตรฐาน รับกฎการค้าโลก
Economic ไทยวางเกมยางพารารอบใหม่ ผนึกมาเลย์คุมซัพพลายเชน-ดันมาตรฐาน รับกฎการค้าโลก
จันทบุรี เดินหน้าฟื้นฟู-เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย4 อำเภอ 19 ตำบล
เศรษฐกิจภูมิภาค จันทบุรี เดินหน้าฟื้นฟู-เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย4 อำเภอ 19 ตำบล
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับจีดีพีปี’66 เหลือโต 3.2% จับตาจีนเปิดประเทศ-เศรษฐกิจโลก

19 ธ.ค. 2565 | 17:03น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับตัวเลขประมาณการจีดีพีปี’66 มาที่ 3.2% จากเดิมที่อยู่ในกรอบ 3.2-4.2% หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัวชัดเจน จับตานโยบายเปิดประเทศของจีน ส่วนจีดีพีปี’65 จาก 2.9% มาที่ 3.2% ด้านหนี้เอ็นพีแอลทรงตัวอยู่ในกรอบ 2.55-2.80% 

วันที่ 19 ธันวาคม 2565 นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 ซึ่งจะกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเศรษฐกิจสหรัฐ และยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะไม่เติบโต เป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในยุโรปด้วย

ในขณะที่ แนวโน้มที่จีนจะเปิดประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 มีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์ในจีนหลังจากนี้ ทั้งจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต และความเพียงพอของระบบสาธารณสุข เนื่องจากยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะเผชิญการแพร่ระบาดระลอกใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อเนื่องมายังกิจกรรมทางเศรษฐกิจจีน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อสถานการณ์การเปิดประเทศของจีนดังกล่าว โดยยังคงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 22 ล้านคน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ไว้ที่ 3.2%

ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยนั้น มองว่าเฟดคงจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ไปแตะระดับ 5.0% หรืออาจสูงกว่านั้น ก่อนที่จะมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงตลอดทั้งปี 2566

ขณะที่ กนง.มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในการประชุมอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในจังหวะขาขึ้นเช่นเดียวกัน ด้านแนวโน้มเงินบาทในช่วงไตรมาสแรกของปี มีโอกาสแข็งค่าขึ้น หากเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากตลาดรับรู้ความเป็นไปได้ดังกล่าวแล้ว

สำหรับภาคการเงิน ภาพแนวโน้มสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยปี 2566 คาดว่าจะเติบโตในกรอบจำกัดราว 4.2-5.2% (ค่ากลาง 4.7%) เทียบกับปีนี้ที่คาดว่าจะโต 5.0% ตามผลของเศรษฐกิจที่เผชิญหลายปัจจัยเสี่ยง อีกทั้งธุรกิจมีการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง

ขณะที่ ทิศทางที่ระมัดระวังดังกล่าว ยังสะท้อนผ่านมุมมองต่อคุณภาพสินทรัพย์ของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่คาดการณ์ว่าสัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวม น่าจะยังไม่ได้ดีขึ้นจากปี 2565 นัก โดยเอ็นพีแอล ณ สิ้นปี 2566 คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 2.55-2.80% เทียบกับ 2.65-2.75% ที่คาด ณ สิ้นปี 2565

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจไทยปี 2566 นั้น มองว่ายังเผชิญหลายโจทย์รุมเร้า โดยฝั่งต้นทุน จะมีต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าแรง และดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น ขณะที่ ฝั่งรายได้จะถูกกระทบจากการที่เศรษฐกิจแกนหลักของโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและเงินบาทแข็งค่า จนฉุดความต้องการสินค้าส่งออกไทย

นอกจากนี้ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแต่ละประเภทแตกต่างกัน จึงทำให้การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจในปี 2566 ยังมีลักษณะเป็น K-Shaped โดยธุรกิจที่นำการฟื้นตัว จะเป็นโรงแรมและร้านอาหาร โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงค้าปลีก ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่ฟื้นตัวช้า หรือหดตัว ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ และส่งออกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกเหนือจากนั้นในปี 2566 ธุรกิจไทยจะเห็นโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ชัดขึ้น โดยคู่ค้าของไทยจะเข้มงวดเรื่องเกณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) จากฝั่งยุโรป และความพยายามของไทยที่ทำให้คำนิยามกลางและแนวทางขับเคลื่อน (Green Taxonomy) มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งธุรกิจไทยต้องเร่งศึกษาและปรับตัว เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจ