รวม 10 App สุขภาพสำหรับพนักงานออฟฟิศที่คุณไม่ควรพลาด
หลายองค์กรในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการสวัสดิการสุขภาพกันมากขึ้น เพราะจากผลกระทบด้านสุขภาพของพนักงานทั้งสุขภาพกาย โรคติดต่อไม่เรื้อรัง ปัญหาออฟฟิศซินโดรม รวมไปถึงปัญหาสุขภาพจิตต่าง ๆ
แน่นอนว่า เมื่อสุขภาพของพนักงานไม่พร้อม ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมขององค์กร และที่แน่ชัด คือ อัตราการลาป่วยและเปลี่ยนงานสูงขึ้น ซึ่งการลดอัตราดังกล่าวก็ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของบริษัท ไม่แพ้เรื่องของการทำผลประกอบการให้เติบโต
เมื่อปัญหาสุขภาพพนักงานสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรโดยตรง หลายองค์กรจึงพยายามหาวิธีการช่วยเหลือและส่งเสริมสุขภาพพนักงาน ที่มากไปกว่าการสร้างหลักประกันเชิงรับ เช่น ประกันสุขภาพ ค่าช่วยเหลือรักษาพยาบาล ฯลฯ เปลี่ยนเป็นการส่งเสริมสุขภาพในเชิงรุก เช่น การจัดกิจกรรมลดน้ำหนักในองค์กร กิจกรรมเดิน-วิ่ง และอีกวิธีที่น่าสนใจ คือ การนำโปรแกรมช่วยดูแลสุขภาพหรือ App สุขภาพ เข้ามาใช้ เพราะสามารถช่วยให้บริษัทช่วยดูแลและส่งเสริมสุขภาพพนักงานได้ตลอด
หากองค์กรของคุณก็ต้องการส่งเสริมสุขภาพพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโปรแกรมสุขภาพหรือ App สุขภาพ ที่เริ่มต้นได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในการดูแลพนักงานของคุณ 10 App สุขภาพเหล่านี้ คือ ตัวเลือกที่น่าพิจารณา
10 App สุขภาพ ช่วยดูแลพนักงานในองค์กรของคุณ
-
SAKID

SAKID คือ App สุขภาพพนักงานสำหรับให้องค์กรได้ดูแลสุขภาพพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ และสังคม โดยระบบจะออกแบบรูปแบบหรือภารกิจการดูแลตัวเองให้กับพนักงานแบบรายคน ผ่านฐานข้อมูลทั้งจากการสอบถามพฤติกรรมและข้อมูลสุขภาพ และกระตุ้นให้พนักงานดูแลสุขภาพตัวเองด้วยคอยน์รางวัลที่สามารถแลกของได้จริง
โดยความโดดเด่นของ SAKID ชื่อของแอปนี้ มาจากคำว่า “สะกิด” เพราะเป็นใช้ “ทฤษฎีการสะกิด (Nudge Theory)” ที่ใช้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ดูแลสุขภาพมากขึ้น ผ่านหลากหลายฟีเจอร์ด้วยกัน เช่น
- ภารกิจดูแลสุขภาพที่มอบหมายให้แบบรายบุคคล เช่น ภารกิจกินอาหารสุขภาพ ภารกิจเดินขึ้นบันได
- กิจกรรมแข่งขันกระตุ้นให้ดูแลตัวเองและการสร้างมีส่วนร่วมในทีม เช่น ภารกิจแข่งเดินเกินหมื่นก้าว
- บันทึกความสุขในแต่ละวัน สร้างนิสัยที่ช่วยให้เห็นและขอบคุณเรื่องดี ๆ ในแต่ละวัน
- บทความเคล็ดลับสุขภาพที่คัดเลือกให้ตามแต่ละคน
- แชทปรึกษาส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักจิตวิทยา
นอกจากเหนือจากการดูแลพนักงานในทุก ๆ วัน SAKID ยังเหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในเชิงรุก โดยองค์กรจะมีรายงานข้อมูลด้านสุขภาพของพนักงานสำหรับออกแบบแผน สามารถใช้ SAKID ในการมอบหมายภารกิจและเก็บข้อมูลด้วย
2. SPRING UP

SRING UP คือ App ดูแลสุขภาพที่สามารถดูแลสุขภาพพนักงานได้ทั้งการบริโภคและการออกกำลังกาย โดยระบบสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพผ่าน Wearable Tech เช่น Smart Watch เพื่อออกแบบแผนการดูแลสุขภาพให้กับพนักงานแต่ละรายบุคคลได้ โดยตัวแอปพลิเคชันจะออกแบบมาเพื่อกระตุ้นและช่วยเหลือให้ผู้ใช้งานบรรลุเป้าหมายสุขภาพด้วยผ่านแผนแผนโภชนาการและการออกกำลังกาย
ฟีเจอร์หลักของ SRING UP ที่ช่วยให้แผนดูแลสุขภาพบรรลุเป้าหมายง่ายขึ้น
- แผนโภชนาการ พร้อมเมนูมากกว่า 5,000 เมนู คอยเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลโภชนาการให้ ช่วยให้สามารถบริโภคได้ตามเป้าหมาย
- แผนออกกำลังกายเฉพาะคุณ แนะนำการออกกำลังกาย พร้อมวิดีโอออกกำลังกายมากกว่า 350 คลิป ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ยังสามารถซิงค์ข้อมูลและการทำงานกับ Smart Watch ได้ด้วย
- บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) แชทปรึกษาแพทย์ได้ไม่จำกัด ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. – 20.00 น.
3. Virgin Pulse

Virgin Pulse คือ แอปพลิเคชันสุขภาพจากฟิตเนสชื่อดัง Virgin โดยเขาออกแบบ App สุขภาพนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นผู้ช่วยติดตามกิจกรรมการออกกำลังต่าง ๆ ให้ผู้ใช้งาน เช่น จำนวนก้าวเดิน จำนวนแคลอรีที่เผาผลาญ และการนอนหลับของคุณ รวมไปถึงมีฟีเจอร์ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานออกกำลังกายได้มากขึ้น ด้วยเทคนิค “Gamification” ให้การดูแลสุขภาพเหมือนกับการเล่นเกม ด้วยรูปแบบการให้คะแนนและมอบรางวัลเป็นเงินจริง ๆ รวมไปถึงการแข่งขันกับเพื่อนร่วมงานหรือ Group Challenge กิจกรรมออกกำลังกายแบบกลุ่ม
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจจาก Virgin Pulse
- Digital Coaching journeys ชาเลนจ์ที่กระตุ้นให้เคลื่อนไหวร่างกายหรือการออกกำลังกายที่ออกแบบแบบรายบุคคล (Personalization)
- Daily habit tracking ติดตามกิจวัตรประจำวัน พร้อมกับติดตามข้อมูลด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น จำนวนก้าว เวลาที่นอนหลับ จำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญ ฯลฯ
- Wellbeing group challenges มีกิจกรรมชาเลนจ์แบบกลุ่มที่ให้เข้าร่วม หรือบริษัทสามารถเลือกให้ทีมงานเข้าร่วมได้
4. Grokker

Grokker คือ App ดูแลสุขภาพที่ช่วยให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย การทำโยคะ การทำสมาธิ และการปรุงอาหาร ผ่านบทความความรู้สั้น ๆ และวิดีโอจากผู้เชี่ยวชาญ มาพร้อมกับโปรแกรมสุขภาพส่วนตัวของผู้ใช้งานแต่ละรายและปฏิทินติดตามกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานออกกำลังกายและดูแลสุขภาพได้สำเร็จตามเป้าหมาย นอกจากนี้ Grokker ยังมีระบบแชทกับผู้ใช้ Grokker ด้วยกันได้
ฟีเจอร์และสิ่งที่ผู้ใช้งาน Grokker จะได้รับ
- คอนเทนต์เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการปรุงอาหารมากกว่า 4,000 วิดีโอ
- โปรแกรมสุขภาพแบบ Personalized ครอบคลุมทั้งการออกกำลังกาย สุขภาพจิต การนอนหลับ โภชนาการ
- ชาเลนจ์ดูแลสุขภาพพร้อมระบบเงินรางวัล (Incentives)
- เข้าร่วมชุมชนคนรักสุขภาพ ผู้ใช้งาน Grokker ด้วยกัน
- Grokker สามารถเชื่อมต่อกับ Wearable Gadget ได้ เช่น Apple Watch, Fitbit, Garmin
5. Medix

Medix App สุขภาพ คือ แพลตฟอร์มการจัดการดูแลสุขภาพรายบุคคลแบบครบวงจร สามารถใช้ติดตามและบันทึกข้อมูลสุขภาพ จัดการเอกสาร บริการวางแผนสุขภาพต่าง ๆ รวมไปถึง บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ให้ผู้ใช้งานติดต่อขอคำปรึกษากับแพทย์ได้โดยตรง
อีกฟังก์ชันที่โดดเด่นของ Medix คือ ฟังก์ชันการเป็นบันทึกข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Record) ที่ใช้ติดตาม จัดเก็บ จัดการ และทำความเข้าใจหรือประมวลผลข้อมูลสุขภาพ สร้างเป็นโปรไฟล์ที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อแชร์กับแพทย์หรือสถานพยาบาลต่าง ๆ ได้ เพื่อการตัดสินใจทางการแพทย์ที่แม่นยำ
ฟีเจอร์และฟังก์ชันที่โดดเด่นของ Medix
-
- บันทึกข้อมูลสุขภาพ สามารถอัปเดตข้อมูลด้านสุขภาพเพื่อการดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เห็นพัฒนาการในการดูแลตัวเอง รวมถึงติดตามกิจกรรมต่าง ๆ
- พูดคุยกับแพทย์ แชทปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- จัดการโปรไฟล์ทางการแพทย์ (Medical File) ใช้เป็นฐานข้อมูลด้านสุขภาพส่วนตัวที่ใช้แบ่งปันกับสถานพยาบาลต่าง ๆ ได้ ให้การวินิจฉัยที่แม่นยำ และได้รับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
- สื่อความรู้ด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง ติดตามบทความและข่าวสารด้านสุขภาพ
นอกจากนี้ Medix ยังมีบริการอื่น ๆ ทางด้านสุขภาพอีกมากมาย เช่น Home Service ให้แพทย์เข้าไปดูแลถึงบ้าน หรือบริการวินิจฉัยและช่วยแนะนำทางเลือกในการรักษาโรค ฯลฯ
6. OOCA

OOCA คือ แพลตฟอร์มสำหรับปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ ที่ช่วยให้คุณสามารถพูดคุยปัญหาคาใจกับจิตแพทย์และนักจิตวิทยาได้ผ่าน Video Call ทำได้ง่ายผ่าน App สุขภาพจิต OOCA โดยการจองคิวปรึกษา มี 30 นาที และ 1 ชั่วโมง เปิดพื้นที่การพูดคุยปรึกษาที่เป็นส่วนตัว ปลอดภัย จากที่ใดก็ได้ที่ผู้ใช้งานสบายใจ
จุดเด่นของบริการให้คำปรึกษากับจิตแพทย์และนักจิตวิทยาของ OOCA
- ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจากที่ใดก็ได้
- ไม่ต้องรอนัดคิวหลายวัน OOCA มีผู้ให้คำปรึกษามากกว่า 90 ราย
- ผู้ให้คำปรึกษาคือจิตแพทย์และนักจิตวิทยามืออาชีพที่มีประสบการณ์
- มีบริการที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ
7. Headspace

Headspace คือ อีก App สุขภาพจิตที่ออกแบบมาช่วยให้การทำสมาธิเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น ซึ่ง Headspace เองก็มีบริการแบบองค์กรที่ช่วยปรับจิตใจและอารมณ์ในแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต ทั้งการทำสมาธิโดยทั่วไป การจัดการกับความเครียด-ความวิตกกังวล หรือปรับจิตใจให้มีโฟกัส การนอนหลับ รวมไปถึงการสร้างแรงขับเคลื่อนทางใจ (Motivation) ผ่านไกด์เสียงทำสมาธิ เสียงบรรยากาศหลากหลายรูปแบบที่ช่วยให้จิตใจสงบ
ฟังก์ชันที่น่าสนใจของแอปช่วยทำสมาธิ Headspace
- เสียงผู้ช่วยทำสมาธิ (Meditation Guide)
- มีแบบฝึกหัดการทำสมาธิที่ช่วยจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต เช่น เรื่องราวในโรงเรียน การเลี้ยงดูลูก การนอนหลับ-การเริ่มต้นวัน การข้ามผ่านความเจ็บปวดในวัยเด็ก ฯลฯ
- Toolkit และคลังความรู้เรื่องการจัดการและปรับจิตใจ/อารมณ์
8. RLAX

RLAX(No follow) คือ อีก App สุขภาพที่ทุกออฟฟิศต้องมี เพราะนี่คือบริการนวดถึงที่ทั้งที่บ้าน โรงแรม และที่ทำงาน บริการนวดและสปาระดับมืออาชีพ ซึ่งมาพร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้งเสื่อนวด ผ้าปูเตียง โดยที่ผู้ใช้งานหรือพนักงานของคุณไม่ต้องเตรียมอะไร แต่ได้รับบริการที่ดีเหมือนไปสปาในโรงแรม เพียงนัดเวลาผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน RLAX
จุดเด่นของ RLAX สวัสดิการที่ทุกออฟฟิศควรมี
- ไ่ต้องเดินทาง RLAX คือ บริการนวดถึงที่
- มีบริการนวดหลากหลายรูปแบบ เช่น นวดน้ำมันอโรมา นวดแผนไทย นวดแก้อฟฟิศซินโดรม ฯลฯ
- ไม่ต้องเตรียมพื้นที่ ให้บริการพร้อมอุปกรณ์ครบครัน
9. MorDee

MorDee (หมอดี) คือ แพลตฟอร์ม Telemedicine หรือบริการการแพทย์ทางไกล ให้ทุกคนสามารถติดต่อปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์ได้ผ่านสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป ทั้งทาง Video Call โทรศัพท์ หรือแชท โดยจุดเด่นข้อสำคัญของ MorDee คือ มีแพทย์เฉพาะมากกว่า 500 คน จากกว่า 20 สาขา เช่น คลินิกภูมิแพ้ คลินิกสุขภาพจิต คลินิกไมเกรน และคลินิกมะเร็ง เต้านม ฯลฯ ให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด
จุดเด่นของบริการการแพทย์ทางไกลจาก MorDee (หมอดี)
- หาหมอออนไลน์ ส่งยาถึงบ้าน ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องไปโรงพยาบาล
- แพทย์กว่า 500 คน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ พร้อมบริการนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า
- รักษาตรงจุด ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 สาขา รวมถึงคลินิกเฉพาะทาง
- ประหยัดกว่าไปโรงพยาบาล ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง เคลมประกันได้ ไม่ต้องสำรองจ่าย
- พบแพทย์แบบส่วนตัว ออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ ใส่ใจในข้อมูลสุขภาพของคุณ
10. Health at Work

Health at Work คือ บริการปรึกษาคุณหมอออนไลน์ (Telemedicine) สำหรับเป็นสวัสดิการสุขภาพให้กับพนักงาน ให้พนักงานเข้าถึงการปรึกษาแพทย์และรับยาได้ทุกที่ ผ่านการแชท โทรศัพท์ หรือ Video Call ได้ทุกวันตั้งแต่ 7.00 น. – 23.00 น. โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล ซึ่งจุดเด่นที่บริการ Health at Work น่าใช้ คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบเข้ากับ LINE แอปพลิเคชันแชทที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี
และด้วยเป็นบริการที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรหรือออฟฟิศ จึงมีรายงาน (Report) สำหรับองค์กรหรือฝ่าย HR เพื่อดูอัตราการขอรับคำปรึกษา แยกเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง ปวดหัว ระบบทางเดินอาหาร จิตเวช ฯลฯ เพื่อออกแบบกิจกรรมส่งเสริมหรือวางแผนส่งเสริมสุขภาพในออฟฟิศต่อไป
จุดเด่นของบริการ Health at Work
- บริการปรึกษาแพทย์ทางไกล ทุกวัน
- เชื่อมต่อกับ LINE Application
- มีบริการช่วยจ่ายยาถึงที่บ้านหรือออฟฟิศ
- สามารถใช้ประกันกลุ่ม (OPD) ชำระได้
สรุป
App สุขภาพถือว่าเป็นอีกสวัสดิการสุขภาพสมัยใหม่ที่องค์กรยุคใหม่ควรพิจารณาเลือกใช้ เพราะสามารถช่วยให้องค์กร/บริษัทสามารถดูแลพนักงานได้ดียิ่งขึ้น ผ่านแอปพลิเคชันที่พนักงานทุกคนสามารถใช้ได้ง่าย ๆ ทั้งการติดต่อแพทย์ การรับยา การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการทำสมาธิ นอกจากนี้ เรื่องของค่าใช้จ่าย ยังถือว่าถูกกว่าบริการทางการแพทย์และสวัสดิการสุขภาพด้านอื่น ๆ และยังตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในแต่ละวันให้กับพนักงานได้
หวังว่า 10 App สุขภาพสำหรับพนักงานออฟฟิศในบทความนี้ น่าจะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถดูแลพนักงานให้มีสุขภาพที่ดีได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน