บมจ. บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป (BVG) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันบริหารจัดการธุรกิจประกันภัยรถยนต์ เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น mai วันแรกในกลุ่มเทคโนโลยี ราคาเปิดอยู่ที่ 6.35 บาท เพิ่มขึ้น 2.5 บาท เหนือจอง 64.9% จากราคาไอพีโอ 3.85 บาท
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกในกลุ่มเทคโนโลยี โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BVG” ราคาอยู่ที่ 6.35 บาท เพิ่มขึ้น 2.5 บาท เหนือจอง 64.9% จากราคาไอพีโอ 3.85 บาท

โดยปิดตลาดภาคเช้าวันนี้ ยืนอยู่ที่ราคา 5.15 บาท เพิ่มขึ้น 1.30 บาท เปลี่ยนแปลง +33.77% จากราคาไอพีโอ มีมูลค่าการซื้อขายรวม 1,354 ล้านบาท จำนวน 224 ล้านหุ้น โดยระหว่างทางราคากระโดดขึ้นไปทำจุดสูงสุด 6.50 บาท
โดย BVG เป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชั่นสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) และมีบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% อีก 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท บลูเวนเจอร์ ทีพีเอ จำกัด, บริษัท บลูเวนเจอร์ แอคชัวเรียล จำกัด และบริษัท บลูเวนเจอร์ เทค จำกัด
ปัจจุบัน มีฐานลูกค้าที่เป็นบริษัทประกันภัยมากที่สุดในประเทศจำนวน 34 บริษัท มีส่วนแบ่งการตลาดในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ร้อยละ 41.3
คำนวณจากจำนวนการเคลมประกันรถยนต์ผ่านระบบ EMCS เทียบกับประมาณการจำนวนการเคลมประกันรถยนต์ในประเทศไทย และในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 กลุ่มบริษัทมีโครงสร้างรายได้จากระบบ EMCS : บริการ TPA : บริการอื่นและรายได้อื่น เท่ากับ 42 : 43 : 15
บริษัทมีทุนชำระแล้วหลังไอพีโอ (IPO) 225 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 360 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 90 ล้านหุ้น นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมจะนำหุ้นออกขาย 67.5 ล้านหุ้น
แบ่งเป็นเสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 17.3 ล้านหุ้น บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 140.2 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผานมา ในราคาหุ้นละ 3.85 บาท
คิดเป็นมูลค่าเสนอขาย 606.375 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ (IPO) 1,732.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ BVG มีเป้าหมายในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และออกแบบนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านประกันภัย ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการของธุรกิจ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำและเพื่อประโยชน์ของคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้ในการพัฒนาระบบ AI และระบบสารสนเทศ ขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยการลงทุนหรือร่วมทุนกับบริษัทอื่น และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ