เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
Tech หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
ขั้นตอนลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม กทม. และ 65 จังหวัด ผ่านแอปทางรัฐ-ยื่นเองที่ท้องถิ่น
News ขั้นตอนลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม กทม. และ 65 จังหวัด ผ่านแอปทางรัฐ-ยื่นเองที่ท้องถิ่น
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิจัยกรุงศรี คาดน้ำท่วม กระทบจีดีพี 0.1-0.2% จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง กำลังซื้อแผ่ว
Finance วิจัยกรุงศรี คาดน้ำท่วม กระทบจีดีพี 0.1-0.2% จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง กำลังซื้อแผ่ว
BMHH ชวนรู้จัก “Confirmation Bias” อคติทางความคิด ที่ทำให้เรา “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ”
Biz Movement BMHH ชวนรู้จัก “Confirmation Bias” อคติทางความคิด ที่ทำให้เรา “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ”
BRANDi ชวนบิ๊กเนม เปิดเวทีคู่ขนาน ‘FUTURE-READY ECONOMY 2026’ ถกอนาคตเศรษฐกิจ
Uncategorized BRANDi ชวนบิ๊กเนม เปิดเวทีคู่ขนาน ‘FUTURE-READY ECONOMY 2026’ ถกอนาคตเศรษฐกิจ
น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า เรียนรู้พื้นที่แห่งพระเมตตา“ไร่แม่ฟ้าหลวง” ในนิทรรศการ“คิดถึงสมเด็จย่า” ครั้งที่ 29
Biz Movement น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า เรียนรู้พื้นที่แห่งพระเมตตา“ไร่แม่ฟ้าหลวง” ในนิทรรศการ“คิดถึงสมเด็จย่า” ครั้งที่ 29
ค่ายรถมอ’ไซค์ “ฮอนด้า-ยามาฮ่า” เร่งช่วยภัยน้ำท่วม ตรวจเช็กสภาพรถ-ค่าแรงฟรี  
Automotive ค่ายรถมอ’ไซค์ “ฮอนด้า-ยามาฮ่า” เร่งช่วยภัยน้ำท่วม ตรวจเช็กสภาพรถ-ค่าแรงฟรี  
ไอคอนสยาม จัดเต็ม“J-Licious” พลิกเทศกาลกินเจ สู่เทรนด์เจเฮลตี้ 8-18 ตุลาคมนี้
Business ไอคอนสยาม จัดเต็ม“J-Licious” พลิกเทศกาลกินเจ สู่เทรนด์เจเฮลตี้ 8-18 ตุลาคมนี้
‘จ็อบส์’ ชี้ ‘MacBook จอสัมผัส’ เลวร้ายต่อผู้ใช้อย่างยิ่ง แต่ 16 ปีต่อมา Apple ดันมีแววเปิดตัว
Tech ‘จ็อบส์’ ชี้ ‘MacBook จอสัมผัส’ เลวร้ายต่อผู้ใช้อย่างยิ่ง แต่ 16 ปีต่อมา Apple ดันมีแววเปิดตัว
ดูทั้งหมด

เปิดที่มาชุมชนคลองเตย จากท่าเรือสู่สลัม ถึง ครูประทีป ผู้อุทิศตนให้ชุมชน

08 มี.ค. 2566 | 19:52น.
ชุมชนคลองเตย

เปิดที่มาสลัมคลองเตย จากแคมป์คนงานก่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ สู่ชุมชนแออัด ถึงครูประทีป ผู้อุทิศตนให้การศึกษาของเด็กและเรียกร้องสิทธิ์ให้คนในชุมชน

วันที่ 8 มีนาคม 2566 สืบเนื่องจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ครั้งแรกพร้อมแกนนำพรรค ที่ชุมชน 70 ไร่คลองเตย พร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที่จากนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป โดยพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนเปิดที่มาของชุมชนแออัดคลองเตย และทำความรู้จักกับนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ หรือ ครูประทีป ผู้อุทิศชีวิตให้แก่การศึกษาของเด็ก ๆ และเรียกร้องสิทธิ์ให้คนในชุมชนคลองเตยมานานกว่า 50 ปี

จากแคมป์แรงงานสู่ชุมชนแออัด

เมื่อปี 2481-2490 เป็นช่วงที่มีการสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ ขึ้น ทำให้เกิดความต้องการและการหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานเป็นจำนวนมากจากต่างจังหวัด เริ่มต้นด้วยการเป็นแคมป์คนงาน จนกระทั่งเกิดการลงหลักปักฐานกันบริเวณตอนเหนือของท่าเรือ

ประกอบกับการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 1 ในปี 2504 ที่รัฐมุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า นำไปสู่การลงทุนและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

ช่วงที่กรุงเทพฯ กำลังพัฒนานี้เอง ทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยและปัญหาแรงงานดังกล่าว บริเวณท่าเรือคลองเตยจึงกลายเป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่ที่ขยายตัวออกไปอย่างไม่มีทิศทางในที่สุด จากเดิมที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 200 ครอบครัวและมีอาชีพเลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด และปลูกผัก

ปัจจุบันชุมชนแออัดคลองเตยมีเนื้อที่กว่า 197 ไร่ แบ่งออกเป็นชุมชนในพื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย จำนวน 26 ชุมชน และชุมชนใต้ทางด่วน 5 ชุมชน รวมทั้งหมด 31 ชุมชน กว่า 13,000 ครัวเรือน ตามแนวสองฝั่งของทางรถไฟสายแม่น้ำ

ความแออัดและสภาพความเป็นอยู่นำมาซึ่งปัญหาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด อาชญากรรม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนทั้งสิ้น

ปัญหาหนึ่งที่เป็นรากฐานสำคัญคือ การศึกษาของคนในชุมชน เนื่องจากประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีความยากจน และเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐานในสังคม การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิ์ต่าง ๆ ได้

ความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เกิดขึ้นกับผู้อยู่อาศัยในสลัมคลองเตย ทำให้หญิงคนหนึ่งเลือกที่จะอุทิศตนต่อสู้และเรียกร้องสิทธิ์ ตลอดจนตั้งใจจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เธอคือนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ หรือ ครูประทีป

ดวงประทีปแห่งชุมชนคลองเตย

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “ครูประทีป” เกิดเมื่อปี 2495 และเติบโตที่ชุมชนแออัดคลองเตย เมื่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำต้องออกจากโรงเรียนปัญญาวุธ เพราะปัญหาความยากจน ทำให้ต้องไปทำงานในโรงงานผลิตดอกไม้ไฟและเป็นคนทำความสะอาดเรือ

แต่ด้วยความพยายาม มุ่งมั่น และไฝ่รู้ในการอ่านหนังสือ ทำให้ครูประทีปเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในขณะนั้น ด้วยการเรียนภาคกลางคืน

ย้อนกลับไปตอนยังเรียนไม่จบปริญญาตรี และอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น จากความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม กลับเป็นแรงกระตุ้นสำคัญทำให้ครูประทีปเลือกที่จะอุทิศตนเพื่อการศึกษาของเด็ก ๆ ในสลัมคลองเตย ด้วยการเปิดสอนหนังสือในปี 2511

ครูประทีปในวัย 16 ปีเปิดสอนหนังสือให้เด็กสลัมที่ใต้ถุนบ้าน เนื่องจากเด็กเล็กต้องถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง เพราะผู้ปกครองต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ บางบ้านหลายวันกว่าจะกลับ เด็ก ๆ จึงต้องดูแลตัวเองและไม่ได้เรียนหนังสือ โดยคิดค่าสอนเพียงคนละ 1 บาทต่อวัน ชาวบ้านจึงเรียกโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนวันละบาท”

แน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายในเวลานั้น เนื่องจากตัวเธอเองไม่มีวุฒิการศึกษาใด ๆ โรงเรียนก็ไม่มีใบอนุญาต และที่ดินตรงนั้นก็เป็นของการท่าเรือฯ

ต่อเมื่อสังคมเริ่มรับรู้ถึงการอุทิศชีวิตของเธอเพื่อการศึกษาของเด็กในชุมชน จึงเกิดการพูดคุยกับภาครัฐหลายครั้ง นำไปสู่การเลื่อนปิดโรงเรียน จนกระทั่งครูประทีปสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จึงสามารถเปิดโรงเรียนได้

ภาครัฐจึงโอนโรงเรียนวันละบาท มาอยู่ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ในชื่อ “โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา” และแต่งตั้งครูประทีปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนในที่สุด ปัจจุบันเป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3

นอกจากนี้ ครูประทีปยังได้ก่อตั้งสถานเลี้ยงเด็กชุมชนคลองเตย มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมขึ้น เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือชาวสลัมเท่าที่จะสามารถทำได้

ปัจจุบันโครงการอนุบาลดวงประทีป มีเด็กจากชุมชนแออัดคลองเตยอยู่ในความดูแลจำนวน 230 คน และพบว่าเด็กจำนวน 118 คน มีฐานยากจน และ 89 คนมาจากครอบครัวที่แตกแยก

การทุ่มเทอุทิศชีวิตให้กับคนในสลัมคลองเตย ครูประทีปจึงเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องจากทั้งในไทยและต่างประเทศ จนในปี 2517 สถานีโทรทัศน์ NHK ของประเทศญี่ปุ่นคัดเลือกให้เธอเป็นเยาวชนดีเด่นประจำเอเชีย ที่สำคัญที่สุดคือในปี 2521 เธอได้รับรางวัล แมกไซไซ สาขาบริการชุมชน ในปี 2524 ได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นของโลก จากมูลนิธิร็อกกี้ เฟลเลอร์

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “The Order of the Rising Sun, Gold Rays with Neck Ribbon” ประจำฤดูใบไม้ผลิ ปี 2564 ให้ในฐานะผู้อุทิศตนเพื่อเด็กด้อยโอกาส และยังส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น