นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย-สิงคโปร์ทะลักเข้า จ.พัทลุง 80% กำลังซื้อดีด ยอดขายสินค้าพุ่ง
นางขวัญใจ กลับสุกใส เจ้าของสวนไผ่ขวัญใจและตลาดป่าไผ่สร้างสุข อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2566 มีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เข้ามาท่องเที่ยวที่ จ.พัทลุง เฉพาะในตลาดสวนไผ่ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นจะเป็นชาวไทยในพื้นที่และจากจังหวัดใกล้เคียง โดยเข้ามาทางรถยนต์ส่วนตัว ทั้งรถตู้ รถเก๋ง กลุ่มช็อปเปอร์ และกลุ่มจักรยานนานาชาติ โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งอาหาร และร้านขายของฝากมียอดขายที่ดี โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้ชอบเข้ามาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น นาโปเก ปากคลอง ทะเลน้อย ฯลฯ
“ตอนนี้มีปัญหาอยู่ว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นชาวไทยและชาวมาเลเซียที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.พัทลุง ยังขาดร้านอาหารมุสลิม และพื้นที่รองรับสำคัญทางศาสนกิจ เช่น ห้องละหมาด ดังนั้น ทิศทางการท่องเที่ยว จ.พัทลุง ปี 2566 จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องอาหารมุสลิม และการจัดพื้นที่ห้องละหมาดสำหรับศาสนกิจไว้ให้
เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นอีกเส้นทางหนึ่ง เพราะชาวมุสลิมมีกำลังซื้อที่ดี โดยที่ผ่านมาได้แจ้งเรื่องดังกล่าวถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ช่วยพิจารณาส่งเสริมการรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามายัง จ.พัทลุง อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นางขวัญใจกล่าว
นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเมืองรอง จ.พัทลุง ก่อนสถานการณ์โควิด-19 มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.3-1.4 ล้านคน สร้างรายได้เข้าจังหวัด ประมาณ 4,000 ล้านบาท และคาดการณ์ปี 2566 จะเติบโตขึ้นมาประมาณ 2 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และชาวยุโรป
จ.พัทลุง ได้รับการส่งเสริมพัฒนาขยายตัวไม่แพ้จังหวัดใกล้เคียง ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการลงทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ เช่น การสร้างถนน 4 เลน เข้าถึงศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางแหล่งธรรมชาติน้ำตก อ.กงหรา อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ซึ่งมีน้ำตกมากที่สุดในจังหวัดภาคใต้ถึง 16 แห่ง และยังมีการลงทุนก่อสร้างถนนเชื่อมโยง 2 จังหวัด ระหว่าง จ.พัทลุง และ จ.สงขลา ข้ามทะเลสาบสงขลา และถนนเชื่อมโยงระหว่าง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ไปยัง จ.สตูล จะย่นระยะเดินทางเหลือน้อยที่สุด
และทั้งหมดยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ และอำนวยความสะดวกเพื่อเข้ามาท่องเที่ยว จ.พัทลุง ทั้งหมดจะส่งผลต่อการเสริมสร้างงาน สร้างรายได้ การค้าของประชาชนในพื้นที่