เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯเลย แจงคืบหน้าสอบ “เปรมชัย” รุกป่าภูเรือ เล็งเพิกถอน 6 ไร่ ออกโฉนดทับซ้อน

26 ก.พ. 2561 | 20:59น.

“ผู้ว่าฯเลย” แจงความคืบหน้าปมสอบ “เปรมชัย” รุกป่าภูเรือ ระบุ “ที่ดิน-ป่าไม้” ให้ปากคำตำรวจแล้ว จ่อเรียกผู้บุกรุกมาสอบสวน เล็งเพิกถอนพื้นที่ 6 ไร่ออกโฉนดทับซ้อนกับพื้นที่ที่เคยถูกเพิกถอน

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังจากตั้งคณะกรรมการ 5 ฝ่ายลงตรวจสอบพื้นที่ป่าที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ที่นายเปรมชัย  กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ อาจมีโฉนดทับซ้อนกับพื้นที่ป่าที่เคยถูกเพิกถอนไปแล้วกว่า 6,228 ไร่ ว่าขณะนี้ทางกรมที่ดินได้ส่งช่างรังวัดมารังวัดพื้นที่จริงแล้ว ขณะที่กรมป่าไม้ได้เข้าตรวจสอบและนำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศมาทำแนว ซึ่งทั้งกรมที่ดินและกรมป่าไม้ได้ไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่แล้วว่า 1.การบุกรุกที่ดินที่เพิกถอนไปแล้ว 147 แปลงหรือ 6,228 ไร่มีหลักฐานหรือเอกสารอะไรที่จะเอาคนบุกรุกมาดำเนินคดีได้ 2.พนักงานที่ดินได้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ได้ไปแจ้งความว่าแผนที่ของที่ดินมีแนวอย่างไร ถึงนำที่ดินที่เพิกถอนไปแล้วมาออกโฉนดทีหลัง ซึ่งความคืบหน้าทั้งสองคดีพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่ไปแจ้งความทั้งที่ดินและป่าไม้แล้ว ส่วนขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนอาจจะเรียกพยานหลักฐานเอกสาร หรือเรียกผู้บุกรุกที่ทำผิดมาสอบสวนก็เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนจะสอบสวนต่อไป

นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า ขณะที่กรมป่าไม้จะต้องเข้าไปตรวจนับต้นไม้ สิ่งปลูกสร้าง ตรวจนับฝาย ตรวจนับอาคารต่างๆ และทำบัญชีส่งให้ทางตำรวจเพื่อให้ทางตำรวจได้ฟ้องทางกฎหมายได้ ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกรมที่ดินได้ยกเลิก เพิกถอนเอกสารสิทธิ 147 แปลง 6,228 ไร่แล้ว ซึ่งที่ตรงนี้ก็จะกลับไปเป็นป่าตามกฎหมายป่าไม้ แล้วใน 6 พันกว่าไร่ปรากฏว่ามีคนเอาที่ดินประมาณ 6 ไร่ มาออกเอกสารซ้ำ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นสองคดีคือ 1.คดีบุกรุก 6 พันกว่าไร่ เพราะมีร่องรอยการเข้าทำประโยชน์ 2.การดำเนินคดีที่เอาที่ดิน 6 ไร่ที่เคยถูกเพิกถอนไปแล้วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 6 พันกว่าไร่มาออกโฉนดซ้ำ ตรงนี้ก็จะดำเนินคดีไป ซึ่งกรมที่ดินจะต้องเพิกถอนโฉนด 6 ไร่นี้ โดยเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่เห็นว่าจะต้องเพิกถอนหรือไม่อย่างไร ซึ่งขณะนี้ช่างรังวัดกำลังรังวัดอยู่เพื่อที่จะประมวลเสนออธิบดีที่ดินว่ามีการมาออกโฉนดซ้ำแปลงเดียวกับที่เคยเพิกถอนไปแล้วหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดีเป็นอำนาจของผู้ที่ไปแจ้งความคือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาด่านซ้าย

“เบื้องต้นผมดูจากแผนที่แล้วเห็นว่าทับซ้อนกัน แต่ว่าแผนที่กับที่ดินจริงต้องมีการรังวัดจริงเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่แน่ชัดออกมา ซึ่งในทางทฤษฎีพอพูดได้ว่าพื้นที่ตรงนี้ต้องมีการเพิกถอนเพราะแผนที่มันทับกันอยู่ แต่ในทางปฏิบัติต้องลงเดินตรวจสอบว่ามันทับจริงๆ มุดมันอยู่ตรงไหน ซึ่งต้องรอผลก่อนว่าทับซ้อนมากน้อยแค่ไหน เป็นไปตามที่ที่ดินแจ้งความหรือไม่ ถ้าทับซ้อนกันทางกรมที่ดินก็ต้องพิจารณาเพิกถอน” นายชัยวัฒน์กล่าว

 

ที่มา มติชนออนไลน์