ลัช ประเทศไทย (LUSH Thailand) จับมือองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (World Animal Protection Thailand) เปิดตัวสบู่รูปช้าง รณรงค์ตระหนักถึงปัญหาการใช้ช้างเพื่อความบันเทิงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมดึงพลังผู้บริโภคมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีช้างในระบบเลี้ยงราว 3,800 เชือก ทำให้ประเทศไทยยังคงติดอันดับประเทศที่มีช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก และจากรายงานล่าสุดขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกพบว่าช้างเลี้ยงกว่า 70% ยังคงอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นความเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์อย่างจริงจัง
แคมเปญครั้งนี้มาพร้อมกับแนวคิด “We Deserve A Wild Life” ที่ชวนสังคมทบทวนว่าช้างทุกเชือกสมควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็น ไม่ใช่ถูกใช้เพื่อความบันเทิง การแสดง หรือผลประโยชน์ทางการค้า แต่ควรได้รับการเคารพตามธรรมชาติ พฤติกรรม และศักดิ์ศรีของสัตว์ป่า
แนวคิดนี้ยังตั้งคำถามต่อสังคมว่าการรักช้างในวันนี้ไม่ควรหมายถึงการครอบครอง สัมผัส หรือใช้ช้างเพื่อความสุขชั่วคราวของมนุษย์ แต่คือการเลือกสนับสนุนอนาคตที่ช้างได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น

ทัศญา อเล็กซานเดอร์ ผู้จัดการแคมเปญ ลัช ประเทศไทย กล่าวว่า ลัชเชื่อว่าธุรกิจสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ ตนภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เพื่อส่งต่อข้อความสำคัญสู่ผู้บริโภคว่า ความสุขไม่ควรเกิดขึ้นบนความทุกข์ของสัตว์ และช้างทุกเชือกสมควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็น
ขณะที่ โรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดการทำงานขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้เห็นชัดว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากพลังของผู้บริโภคและประชาชน จึงขอเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวทุกคนใช้พลังการเลือกเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์จากช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เลือกสนับสนุนปางช้างที่เป็นมิตรต่อสวัสดิภาพสัตว์และร่วมเป็นกระบอกเสียงส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องสู่คนรอบข้าง
เพื่อสนับสนุนแคมเปญนี้ลัชได้เปิดตัว “Asian Elephant Shower Jelly” ผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษรูปช้าง วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย จำนวนจำกัดเพียง 3,800 ชิ้น ซึ่งตัวเลขนี้ตั้งใจเชื่อมโยงกับจำนวนช้างในระบบเลี้ยงของไทยโดยตรง
โดยรายได้ 75% หลังหักภาษีจะมอบให้องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เพื่อใช้ในการรณรงค์สาธารณะ ผลักดันเชิงนโยบาย และยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพช้างไทย

ตัวผลิตภัณฑ์ได้แรงบันดาลใจจากผืนป่าซึ่งเป็นบ้านที่แท้จริงของช้าง รังสรรค์กลิ่นจากพิมเสนและเบอร์กามอตผสานกับวัตถุดิบจากเอเชีย ให้ความรู้สึกของผืนดินเขียวชอุ่มที่ต้องแสงแดด กลิ่นดินอุ่น ต้นไม้ และใบหญ้า มอบความรู้สึกอบอุ่น สงบ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ความร่วมมือครั้งนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นได้จากการเลือกของผู้คน โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับจริยธรรม สิ่งแวดล้อม และความเมตตาต่อสัตว์ โดยนิยามของการท่องเที่ยวอย่างมีจริยธรรมในที่นี้คือการเลือกไม่ขี่ ไม่อาบน้ำ ไม่สัมผัส ไม่สนับสนุนการแสดง แต่เรียนรู้ช้างผ่านการสังเกตอย่างเคารพระยะห่างและเห็นคุณค่าของช้างในฐานะสัตว์ป่า
