Skip to content

“วิษณุ”ฟุ้ง”โออีซีดี” เห็นความก้าวหน้าไทยปราบทุจริต ยกเป็นองค์กรสำคัญไม่แพ้ยูเอ็น

07 มี.ค. 2561 | 17:27น.
“วิษณุ”ฟุ้ง”โออีซีดี” เห็นความก้าวหน้าไทยปราบทุจริต ยกเป็นองค์กรสำคัญไม่แพ้ยูเอ็น

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) จัดการประชุมรับฟังรายงานการเสริมสร้างความซื่อตรงในภาครัฐ พร้อมเสนอแนะข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ในการต่อยอดสร้างความซื่อตรงในภาครัฐ รวมทั้งเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสซักถามเสนอแนะความคิดเห็น เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดความร่วมมือ ในการเสริมสร้างความซื่อตรงในภาครัฐในอนาคต

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุม กล่าวเปิดงานความตอนหนึ่งว่า โออีซีดี มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าองค์กรของสหประชาชาติ และแม้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิกโออีซีดี แต่เรามีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกันตลอดมา ทั้งนี้ โออีซีดีเป็นองค์กรที่มีผู้รู้ ผู้นำประโยชน์เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ใครก็ตามที่คลุกคลีในองค์กรของรัฐ จะได้ยินบ่อยว่าให้ทำตามคำแนะนำของโออีซีดี ซึ่งมีอยู่ 2 มิติ คือ มิติทางกฎหมาย และมิติการบังคับให้เป็นไปตามกฎและระเบียบ ซึ่งมีการทาบทามว่าประเทศไทยสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ รัฐบาลจึงมอบหมายให้ 2 หน่วยงาน คือ ป.ป.ท.และ ก.พ.ร. ไปพิจารณา โดยทั้ง 2 หน่วยงาน ก็สนับสนุนว่าประเทศไทยควรจะทำเอกสารทางวิชาการร่วมกับโออีซีดี

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการเรื่องการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ซึ่งโออีซีดีเล็งเห็นถึงความก้าวหน้าของเรา หากเทียบกับเมื่อก่อนถือว่าเป็นศูนย์ แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลนี้ได้ทำให้เห็น ดูได้จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ระบุชัดเจนว่าแม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ก็ตรากฎหมายให้หน่วยงานอื่นปฏิบัติหน้าที่ได้ ในส่วนนี้ก็จะลงมาที่ ป.ป.ท.ในการร่วมกันทำงานกับ ป.ป.ช. รวมถึงการผลักดันให้มีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือแม้แต่การแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษคดีทุจริต กฎหมายฟอกเงิน และกฎหมาย ป.ป.ท. เพื่อให้องค์กรเหล่านี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนอกเหนือจากการมุ่งหาตัวผู้กระทำผิดในคดีทุจริต สิ่งสำคัญคือการจัดสภาพแวดล้อมให้ดีจนคนไม่อยากทุจริต หากทำได้ประเทศชาติ และสังคม จะปลอดภัยจากการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้นอีกมาก

 

ที่มา : มติชนออนไลน์