สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกระเบียบใหม่ ว่าด้วยการสั่งให้ตำรวจไปรักษาความปลอดภัย “บุคคลสำคัญ” พ.ศ. 2566 กำหนดให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้วย มีผลบังคับใช้ในอีก 60 วัน
วันที่ 24 เมษายน 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ พ.ศ. 2566 ลงนามโดยพลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ระเบียบฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 92 วรรคสอง บัญญัติการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญตามตำแหน่งที่ ก.ตร. กำหนดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องปรับปรุงมาตรการว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1.ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ พ.ศ. 2566”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน (60 วัน) นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
สำหรับ “การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ” หมายถึง การกำหนดแนวทาง แผน และมาตรการต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นหลักการและวิธีการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญของประเทศให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง การลดโอกาสในการเข้าทำร้ายของบุคคลต่าง ๆ และให้สามารถแก้ปัญหา ระงับเหตุ บรรเทาผลร้าย และอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเรื่องการถวายความปลอดภัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งมีกฎหมายและระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว
“บุคคลสำคัญ” หมายถึง บุคคลตามตำแหน่งที่ ก.ตร. กำหนด
ข้อ 5 การร้องขอจะต้องทำเป็นหนังสือ ซึ่งบุคคลสำคัญผู้ร้องขอเป็นผู้ลงนามร้องขอมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านกองบัญชาการตำรวจสันติบาลตามแบบคำร้องขอท้ายระเบียบนี้ โดยคำร้องขอดังกล่าวจะระบุตัวข้าราชการตำรวจที่จะไปรักษาความปลอดภัยมิได้
ส่วนกรณีบุคคลสำคัญที่ดำรงตำแหน่งเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งตามที่ ก.ตร.กำหนด สามารถร้องขอข้าราชการตำรวจไปรักษาความปลอดภัยได้เพียงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น
ข้อ 7 ให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาจัดข้าราชการตำรวจที่จะไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในตำแหน่ง ความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติของข้าราชการตำรวจที่จะไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ
โดยหากคำร้องขอเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลสอบถามไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการตำรวจที่ได้รับการพิจารณาให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ว่ามีเหตุขัดข้องหรือไม่ อย่างไร พร้อมด้วยเหตุผล และข้าราชการตำรวจที่จะไปรักษาความปลอดภัยสมัครใจหรือไม่ แล้วให้หน่วยงานต้นสังกัดแจ้งผลมายังกองบัญชาการตำรวจสันติบาลภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับเรื่อง เพื่อประมวลเรื่องเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาสั่งการต่อไป
สำหรับข้าราชการตำรวจที่จะไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยบุคคลของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล หรือผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม หรือมีประสบการณ์ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมหรือผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการสืบสวน หรือมีประสบการณ์ในการสืบสวนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย

