เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
Finance เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
Biz Movement จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
Finance กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
Politics ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
Real Estate ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
ดูทั้งหมด

ลุ้นส่งออกอาหารไทยปี’66 กวาด 1.5 ล้านล้านบาท ทำสถิตินิวไฮ

10 พ.ค. 2566 | 15:05น.
ส่งออก

สภาหอการค้าฯ-สภาอุตสาหกรรม-สถาบันอาหาร เผยส่งออกอาหารไตรมาสแรกปี’66 ทำรายได้เข้าประเทศ 3.46 แสนล้านบาท โต 10.0% คาดปีนี้ไทยส่งออกทะลุ 1.50 ล้านล้านบาท โต 2.1% ลุ้นฝ่าวิกฤตปี 66 พร้อมข้อเสนอรัฐบาลชุดใหม่ เพิ่ม-สร้าง-ผลัก

วันที่ 10 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจัดงานแถลงข่าวร่วม 3 องค์กร ครั้งที่ 32 เรื่อง สถานการณ์ธุรกิจเกษตรเศรษฐกิจและอาหารในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ณ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2566 มีอัตราขยายตัวส่งออกเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งมีมูลค่า 346,379 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ที่มูลค่าอยู่ที่ 315,296 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าและอาหารในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นในตลาดประเทศกำลังพัฒนาหลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ประกอบกับ ความกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ภัยสงคราม ประกอบกับความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างปรากฏการณ์เอลนีโญ่ที่เกิดขึ้น รวมถึงการที่จีนเปิดประเทศและยกเลิกมาตรการโควิด-19 ยังส่งผลให้อัตราการส่งออกเพิ่มสูงขึ้น

สภาหอการค้าฯ – สภาอุตสาหกรรม – สถาบันอาหาร แถลงการส่งออกอาหารในปี 2566 ลุ้นทำนิวไฮ

สินค้าส่งออกหลักที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ น้ำตาทราย ข้าว ไก่ และผลไม้สด โดยการส่งออกน้ำตาลทรายมีมูลค่า 40,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 อยู่ 37.3% เนื่องจากหลายประเทศกังวลปัญหาขาดแคลนอาหารประกอบกับประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลทรายใหญ่อย่างอินเดียจำกัดการส่งออกน้ำตาล

สำหรับการส่งออกข้าวมีมูลค่า 38,066 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.2% เนื่องจากผลผลิตข้าวที่มีจำกัดในประเทศผู้ผลิตและส่งออกสำคัญ รวมถึงความกังวลขาดแคลนอาหาร ทำให้ประเทศผู้บริโภคเสริมสต็อกข้าวเพิ่มขึ้น

ขณะที่การส่งออกไก่มีมูลค่า 36,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 โดยเป็นไก่สดแช่แข็งที่ส่งออกไปจีนเป็นหลัก ส่วนไก่แปรรูปขยายตัวดีในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ด้านการส่งออกผลไม้สด มีมูลค่า 27,477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59.4 จากการส่งออกไปตลาดจีนเป็นหลัก หลังจีนยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ ทำให้ระยะเวลาขนส่งสินค้าสั้นลงและปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น

ส่วนสินค้าส่งออกที่ขยายตัวลดลงเนื่องจากปัญหาเรื่องวัตถุดิบมีปริมาณลดลง ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น เช่น แป้งมันสำปะหลัง กุ้ง สับปะรด และปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในกลุ่มประเทศพัฒนาอย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องปรุงรส เป็นต้น

นอกจากนี้ ปัญหาค่าเงินเยนอ่อนตัวต่อเนื่องที่ส่งผลต่อการนำเข้าของญี่ปุ่น และกระทบต่อการส่งออกสินค้าอาหารของไทยหลายรายการ ทำให้สินค้าอาหารส่งออกของไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นหลายรายการหดตัวลงค่อนข้างมาก อาทิ ไก่ (-6%), กุ้ง (-20%), สับปะรด (-40%), เครื่องปรุงรส (-40%) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าอาหารไทยในตลาดรองหรือตลาดใหม่ เช่น เอเชียใต้ กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย (GCC) ละตินอเมริกา และกลุ่มประเทศประชาคมรัฐเอกราช (CIS) ขยายตัวในระดับสูง ที่รอการรุกตลาดและเพิ่มพูนปริมาณการค้าอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

นางอนงค์ ประเมินแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2566 ว่า “การส่งออกสินค้าอาหารจะหดตัวลงในไตรมาสที่ 2 จากฐานการส่งออกที่สูงในปีก่อน แต่จะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 หรือในครึ่งปีหลังของปี 2566 โดยในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าไทยจะส่งออกสินค้าอาหารมูลค่า 734,459 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.0 และกลับมาขยายตัวได้ร้อยละ 5.2 ในครึ่งปีหลัง มูลค่าส่งออก 765,541 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2566 คาดว่าจะมีมูลค่า 1,500,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ (New high) ของการส่งออกอาหาร”

ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐมีนโยบายฟื้นฟูและการเปิดประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว บริการ การค้าและการลงทุน ปัจจัยเรื่องการขาดแคลนอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ส่งผลต่อความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดประเทศกำลังพัฒนาและตลาดในภูมิภาคตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และอีกปัจจัยหนึ่งคือ ความกังวลเรื่องความมั่นคงอาหาร (Food Safety)

รวมถึงปัจจัยเรื่องความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารของไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับของตลาดผู้นำเข้าทั่วโลก และปัจจัยสุดท้ายคือ จีนเปิดประเทศและยกเลิกมาตรการ Zero-COVID ทำให้ปริมาณการค้าเพิ่มสูงขึ้น ระยะเวลาในการขนส่งสั้นลง โดยเฉพาะสินค้าที่มีตลาดทางตอนใต้ของจีน เช่น ไก่แช่แข็ง เป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ได้แก่ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากราคาพลังงาน อาทิ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส เป็นต้น และความกังวลของเศรษฐกิจไทยอันเนื่องมาจากความผันผวนของค่าเงิน รวมถึงความกังวลภาวะเศรษฐกิจและปัญหาภาคธนาคารของสหรัฐ กระทบกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

นอกจานี้ เงินเยนญี่ปุ่นที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อความสามารถในการนำเข้าสินค้าจากภายนอกของญี่ปุ่น และภาวะเงินเฟ้อยังคงกดดันกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาที่เป็นตลาดหลักของไทย เช่น สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น สุดท้ายคือ ผลผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบสำคัญลดปริมาณลง และราคาปรับตัวสูง เช่น สับปะรดโรงงาน หัวมันสำปะหลัง กุ้ง ปลาทูน่า เป็นต้น

นางอนงค์ ยังฝากขอเสนอถึงรัฐบาลใหม่ในการพัฒนาอุสาหกรรมอาหารของประเทศ 3 ข้อ คือ 1.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทยและมีภูมิคุ้มกันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก โดยการสนับสนุนสนับการทำสหกรณ์ และสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการให้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมสนับสนุนเงินทุนเพื่อผลักดันผู้ประกอบการ SMEs

2.การสร้างระบบการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด BCG โมเดลผ่านการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจภายใต้โมเดล BCG & ESG  พร้อมประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในห่วงโซ่อาหารเพื่อมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และส่งเสริมการพัฒนาการประกอบธุรกิจ โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Circular economy)

และ 3.การผลักดันประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มรายได้สูงด้วยอุตสาหกรรมอาหาร (High-income countries) ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี ในการยกระดับสินค้าพื้นฐาน (Basic food) ไปสู่อาหารอนาคต (Future food) และสร้างมาตรการผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง จากการที่ไทยมีอาหารเป็น Soft power พร้อมจัดทำแผนงานและงบประมาณสนับสนุน รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานหลักและสนับสนุนงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย

นายเจริญ แก้วสุกใส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฝากโจทย์รัฐบาลใหม่แก้ไขปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟและค่าน้ำมัน ซึ่งกระทบกับอุตสาหกรรมการผลิตและการขนส่ง รวมถึงการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม พร้อมเสนอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คิดราคาค่าไฟฟ้าผันแปรหรือค่า Ft บนต้นทุนที่แท้จริงและให้รัฐบาลแก้ไขสัญญาประกันกำไรของโรงไฟฟ้าเอกชน

และสุดท้าย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า ถ้าตลาดหลักสามารถกลับมาได้จะเป็นโอกาสที่ดีมาก และมีความเป็นห่วงถึงปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญ่ ปัญหาเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งถึง 2.6% ประกอบกับต้นทุนจากค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จึงคาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่จะช่วยเหลือสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารอย่างจริงจัง