ข้าวไทยคัมแบ็กมาเลเซียเบอร์ 1 ลุ้นส่งออกปีนี้ทะลุ 7 แสนตัน ฟิลิปปินส์โตแรง 110%
กรมการค้าต่างประเทศเดินเกมรุกตลาดข้าวอาเซียน “มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์” เผยครึ่งแรกปี 2569 ไทยกลับขึ้นเป็นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับ 1 ของมาเลเซีย ส่งแล้ว 327,995 ตัน ครองสัดส่วน 46% ขณะที่ BERNAS ชื่นชมคุณภาพและความตรงต่อเวลาของผู้ส่งออกไทย ลุ้นทั้งปีทะลุ 700,000 ตัน สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ด้านฟิลิปปินส์ 6 เดือนนำเข้าข้าวไทย 295,939 ตัน เพิ่ม 110.47% คาดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 600,000 ตัน พร้อมเร่งดันข้าวหอม ข้าวพื้นนุ่ม และข้าวสายพันธุ์ใหม่เจาะตลาดเพิ่ม
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้แทนภาครัฐและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เดินทางเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือและกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าข้าวกับ Padiberas Nasional Berhad หรือ BERNAS ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิในการนำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียวของมาเลเซีย
การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตลาดข้าว นโยบายความมั่นคงทางอาหาร ทิศทางการนำเข้า และแนวโน้มการจัดซื้อข้าวในปี 2569 โดยมาเลเซียมีความต้องการบริโภคข้าวประมาณ 2.69 ล้านตัน มีผลผลิตภายในประเทศประมาณ 1.42 ล้านตัน และมีสถานการณ์การนำเข้าประมาณ 1.46 ล้านตัน สะท้อนว่ามาเลเซียยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศในระดับสูง
นางอารดากล่าวว่า สัญญาณที่ดีสำหรับข้าวไทยคือ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยกลับขึ้นมาเป็นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับ 1 ของมาเลเซีย ด้วยปริมาณ 327,995 ตัน จากปริมาณนำเข้าทั้งหมด 710,656 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 46%
รองลงมา ได้แก่ เวียดนาม 232,416 ตัน อินเดีย 62,115 ตัน และกัมพูชา 57,602 ตัน
ที่สำคัญ ปริมาณข้าวไทยที่มาเลเซียนำเข้าในช่วงเพียง 6 เดือนแรกของปีนี้ สูงกว่าปริมาณนำเข้าจากไทยตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 264,605 ตัน สะท้อนการกลับมาขยายตัวอย่างชัดเจนของข้าวไทยในตลาดมาเลเซีย
BERNAS ชู “คุณภาพ-ส่งมอบตรงเวลา” จุดแข็งข้าวไทย
นางอารดากล่าวว่า ข้าวที่มาเลเซียนำเข้าจากไทยส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว เนื่องจากผู้บริโภคในคาบสมุทรมาเลเซียนิยมข้าวที่มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งและหุงขึ้นหม้อ ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของข้าวขาวไทย
BERNAS ต้องการให้ไทยรักษาคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมยืนยันว่า ไทยยังเป็นแหล่งจัดหาข้าวที่สำคัญและมีความน่าเชื่อถือของมาเลเซีย
ขณะเดียวกัน BERNAS ยังชื่นชมผู้ส่งออกไทยที่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา โดยการพิจารณาจัดซื้อไม่ได้ดูเพียงปัจจัยด้านราคา แต่ยังให้น้ำหนักกับคุณภาพ ความต่อเนื่อง และความตรงต่อเวลาในการส่งมอบ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของผู้ส่งออกไทย
ส่วนข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทย ยังคงได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ และมีโอกาสขยายตลาดในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ แม้ยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากข้าวหอมของประเทศคู่แข่ง
นางอารดากล่าวว่า ภายหลังการหารือ กรมฯ ยังได้เชิญผู้บริหาร BERNAS เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและสร้างเครือข่ายธุรกิจ หรือ Networking ณ ร้านอาหาร Malai Thai ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ โดยมีผู้ประกอบการค้าข้าวรายสำคัญของมาเลเซียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 50 ราย
ภายในงานมีการประชาสัมพันธ์ข้าวไทยหลายชนิด เช่น ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวสังข์หยด ผ่านเมนูอาหารไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมผัสคุณภาพและความหลากหลายของข้าวไทย พร้อมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ประกอบการไทย
“มาเลเซียให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้าวไทย ความสม่ำเสมอ และศักยภาพในการส่งออกข้าวของไทยในการส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญาและตรงเวลา ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นที่ไทยสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง”
นางอารดากล่าวว่า จากแนวโน้มความต้องการของมาเลเซีย คาดว่าปี 2569 ไทยมีโอกาสส่งออกข้าวไปมาเลเซียทะลุ 700,000 ตัน ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี
ลุยต่อฟิลิปปินส์ ดันส่งออกไม่ต่ำกว่า 6 แสนตัน
นางอารดากล่าวต่อว่า นอกจากตลาดมาเลเซียแล้ว กรมการค้าต่างประเทศยังเดินหน้าขยายตลาดข้าวในฟิลิปปินส์ โดยได้มอบหมายนางชนินทรนำคณะผู้แทนภาครัฐและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เดินทางเยือนกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างสองประเทศ
คณะไทยได้เข้าหารือกับ Food Terminal Incorporated หรือ FTI รัฐวิสาหกิจด้านการค้าและโลจิสติกส์สินค้าเกษตรของฟิลิปปินส์ ร่วมกับ The Philippine Rice Importers Association หรือ PRIA และ Philippine Rice Industry Stakeholders Movement หรือ PRISM
ประเด็นหารือครอบคลุมสถานการณ์ตลาด นโยบายความมั่นคงทางอาหาร แนวโน้มความต้องการนำเข้าข้าว ระบบโลจิสติกส์ และการลดอุปสรรคทางการค้า
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับ Bureau of Plant Industry หรือ BPI ซึ่งกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกฎระเบียบการนำเข้า รวมถึงมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช
ไทยใช้โอกาสดังกล่าวผลักดันการอำนวยความสะดวกการส่งออกข้าวเข้าสู่ฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะข้าวคุณลักษณะพิเศษ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุมธานี และข้าวคุณภาพชนิดอื่น ๆ ของไทย
6 เดือนส่งข้าวฟิลิปปินส์พุ่ง 110%
นางอารดากล่าวว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์ 295,939 ตัน เพิ่มขึ้น 110.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แบ่งเป็นข้าวขาวสัดส่วน 98.82% ข้าวหอมมะลิไทย 0.97% ข้าวเหนียว 0.18% และข้าวหอมไทย 0.03%
ฟิลิปปินส์ยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร และต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวเพื่อรองรับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ป้องกันปัญหาขาดแคลนจากภัยแล้ง และรักษาเสถียรภาพราคา
แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมข้าวขาวหัก 25% แต่ความต้องการข้าวคุณภาพและข้าวชนิดพิเศษมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคในเขตเมือง ร้านอาหาร และโรงแรม
กรมการค้าต่างประเทศยังมองเห็นโอกาสของข้าวพื้นนุ่มไทยที่สามารถแข่งขันด้านราคา รวมถึงข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดฟิลิปปินส์ และพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกไทยเข้าถึงตลาดมากขึ้น
“คาดว่าปี 2569 ไทยจะสามารถส่งออกข้าวไปยังฟิลิปปินส์ได้ไม่ต่ำกว่า 600,000 ตัน” นางอารดากล่าว