Skip to content

คปภ.เปิดรับสมัคร ‘เลขาธิการ คปภ.’ คนใหม่ จนถึง 19 มิ.ย.

29 พ.ค. 2566 | 15:48น.
คปภ.เปิดรับสมัคร ‘เลขาธิการ คปภ.’ คนใหม่ จนถึง 19 มิ.ย.

คปภ.เปิดรับสมัคร “เลขาธิการ คปภ.” คนใหม่ ตั้งแต่ 29 พ.ค.-19 มิ.ย. 66 แทน ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ที่จะหมดวาระลงในช่วงเดือน ก.ย.นี้ “ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย” นั่งเป็นประธานกรรมการคัดเลือก

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รายงานว่า สำนักงาน คปภ.ได้ออกประกาศเรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) คนใหม่แทน ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ที่จะหมดวาระลงในช่วงเดือน ก.ย. 2566 โดยมีนายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย นั่งเป็นประธานกรรมการคัดเลือก

ทั้งนี้สามารถยื่นใบสมัครได้ที่สำนักงาน คปภ. ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.-19 มิ.ย. 2566 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) โดยผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.oic.or.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล สำนักงาน คปภ. เลขที่ 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร.0-2515-3999 ต่อ 5302 หรืออีเมล์ [email protected]

โดยเลขาธิการ คปภ.มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการกิจการและการดำเนินการของสำนักงาน คปภ.ให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ของสำนักงาน ตลอดจนเป็นนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต กฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และดำเนินการใด ๆ ตามอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายข้อบังคับ และนโยบายที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) กำหนด

เปิดคุณสมบัติผู้สมัคร “เลขาฯ คปภ.”

ผู้สมัครเพื่อรับการพิจารณาเป็นเลขาธิการ คปภ.คนใหม่ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์
  3. สามารถทำงานให้แก่สำนักงาน คปภ.ได้เต็มเวลา
  4. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) รับรอง
  5. มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยเป็นอย่างดี
  6. มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประกันภัย ตามกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้
    • ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารส่วนราชการ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีหรือตำแหน่งบริหารที่เทียบเท่า
    • ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุดหรือผู้บริหารระดับสูงที่รายงานตรงต่อผู้บริหารสูงสุด
    • ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุด หรือผู้บริหารระดับสูงที่รายงานตรงต่อผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่บริหารเงินและสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปีในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คปภ.