Skip to content

ปตท.-บีไอจี ทุ่ม 2 พันล้าน ปักหมุดโรงแยกอากาศคาร์บอนต่ำแห่งที่ 2 ดันอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero

08 มิ.ย. 2569 | 11:17น.
ปตท.-บีไอจี ทุ่ม 2 พันล้าน ปักหมุดโรงแยกอากาศคาร์บอนต่ำแห่งที่ 2 ดันอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero

ปตท.จับมือบีไอจีลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท สร้างโรงแยกอากาศ MAP2 ใช้ความเย็นจาก LNG ผลิตออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน กำลังผลิต 4.5 แสนตันต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 50% พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย เดินหน้าโครงการโรงแยกอากาศ MAP2 พร้อมจัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงแยกอากาศด้วยเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนความเย็นจาก LNG เพื่อผลิตก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในนาม บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด

โดยโครงการ MAP2 เป็นโรงแยกอากาศ (Air Separation Unit: ASU) ที่ใช้พลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas : LNG) แห่งที่ 2 ของประเทศไทย มีเป้าหมายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทยที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน มูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม

เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน รวมสูงสุดถึง 450,000 ตันต่อปี ตอบสนองความต้องการใช้ก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการแยกอากาศรูปแบบเดิม ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศไทยภายในปี 2050

ทั้งนี้ โครงการโรงแยกอากาศ MAP1 ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2564 ได้พิสูจน์ความสำเร็จของการนำพลังงานความเย็นจาก LNG มาใช้ โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ยกว่า 100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือคิดเป็นการลดการปล่อยสะสมกว่า 3.7 แสนตัน สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าวในการยกระดับอุตสาหกรรมสู่การเติบโตคาร์บอนต่ำ และเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดสู่โครงการ MAP2

คุณอรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า “โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งบีไอจีและ ปตท. ในการนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG มาต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยบีไอจีให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชั่นก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อช่วยลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า โครงการโรงแยกอากาศที่ใช้พลังงานความเย็นจาก LNG แห่งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกลยุทธ์ Generating a Cleaner Future และตอกย้ำความร่วมมือระยะยาวระหว่างบีไอจีกับ ปตท. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน”

ปตท. และบีไอจี เชื่อมั่นว่า โครงการโรงแยกอากาศ MAP2 จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลในระยะยาวในเวทีโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีไอจี ปตท.