เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
News อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
ดูทั้งหมด

นับถอยหลัง 8 เดือน ปี 2566 เร่งพลิกส่งออกไทยจาก “ลบ” เป็น “บวก”

04 มิ.ย. 2566 | 17:50น.

ย้อนกลับมาดูสถานะการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรก ปี 2566 ไทยส่งออกได้ 71,860.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบอยู่ถึง 7.1% เท่ากับเหลือเวลาเพียง 8 เดือนที่ไทยเร่งสปีดส่งออกพลิกจากลบให้กลายเป็นบวกให้ได้ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าจากภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจในตลาดหลักอย่างสหรัฐ เชื่อมโยงถึงปัญหาค่าเงินผันผวน รวมไปถึงปัจจัยภายใน โดยเฉพาะการสร้างเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ยังลูกผีลูกคน

การเผชิญภาวะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าไฟ ราคาน้ำมัน และยิ่งหากมีการปรับค่าแรง 450 บาท เชื่อมั่นว่าอาจจะกระทบต่อการลงทุนใหม่

ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) 58 สำนักงานทั่วโลกเมื่อเร็วๆนี้ ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อประเมินสถานการณ์ ทิศทางการส่งออกช่วงครึ่งปีหลัง ปี 2566 พร้อมแผนขับเคลื่อนการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมายขยายตัว 1-2% มูลค่า 290,300-293,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

มุมสะท้อนจากภาคเอกชน ทั้งนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายชัยชาญ เจริญสุขประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ยังมองอย่างมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันส่งออกโตได้ 1-2% โดยรัฐ-เอกชนร่วมกันทำงานเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ แก้ไขปัญหา ลดอุปสรรค และส่งเสริมตลาดส่งออก จะช่วยตัวเลขส่งออกให้โตได้

 

เป้าหมายส่งออก 1-2%

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การผลักดันการส่งออกนั้นไม่เพียงจะมุ่งเปิดตลาดส่งออกใหม่ แต่ยังต้องรักษาและฟื้นฟูตลาดเดิม ด้วยการปูพรมเจาะตลาดเมืองรอง โดยเฉพาะในอาเซียน สหรัฐ และยุโรป

เป้าหมายการส่งออก 1-2% แบ่งเป็น ตะวันออกกลางและแอฟริกา เป้าขยายตัว 20% มูลค่า 5,380 ล้านบาท เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย เป้าขยายตัว 2.2% มูลค่า 4,163 ล้านบาท

จีน ขยายตัว 1% และฮ่องกง ขยายตัว 2% มูลค่ารวม 3,238 ล้านบาท ยุโรป ขยายตัว 1% มูลค่า 2,450 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา แบ่งเป็น เป้าอเมริกาเหนือ ขยายตัว 4.5% และละตินอเมริกา ขยายตัว 4% มูลค่ารวม 2,380 ล้านบาท เอเชียใต้ ขยายตัว 10% มูลค่า 980 ล้านบาท อาเซียน ขยายตัว 6.6% คิดเป็นมูลค่า 808 ล้านบาท

กลยุทธ์สำคัญจะมีการจัดกิจกรรม 350 กิจกรรม ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 550 ล้านเหรีญสหรัฐ จัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางขยายตลาดศักยภาพ การส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน การจับคู่เจรจาธุรกิจทั้งออฟไลน์และออนไลน์

โดยสินค้าเป้าหมายอาทิ BCG สินค้านวัตกรรมใหม่ ธุรกิจบริการมูลค่าสูง โดยเฉพาะดิจิทัลคอนเทนต์ HORECA ร้านอาหาร Thai Select ขณะเดียวกันต้องเชื่อมโยงการทำงานระหว่างทูตพาณิชย์กับพาณิชย์จังหวัดเพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานราก

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งสำนักงานทูตพาณิชย์ในประเทศที่อยู่ในตลาดเอเชียกลาง เป็นตลาดที่มีศักยภาพ และจะจัดคณะผู้แทนการค้าเยือนละตินอเมริกา และยังมีกิจกรรมงานแสดงสินค้าในเดือนมีนาคม 2567 เพื่อเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าอาหาร

ตาราง สถานการณ์ส่งออกไทย

 

ห่วงเงินเฟ้อคู่ค้าฉุดส่งออก

นายธนวุฒิ นัยโกวิท อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการพาณิชย์ (ทูตพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เมียนมา เปิดเผยว่า เป้าหมายส่งออกตลาดอาเซียนโต 6.6% จากปัจจัยบวกเศรษฐกิจฟื้นตัวทำให้มีความต้องการสินค้าเพิ่ม แม้ว่าจะมีปัจจัยลบยังต้องติดตาม เงินเฟ้อสูง ค่าเงินประเทศ แต่จากการเริ่มเปิดด่านชายแดน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงอาเซียน ทำให้การท่องเที่ยวและบริการเติบโต ช่วยให้ส่งออกดีขึ้น

ทาง สคต. จะส่งเสริมการจัดกิจกรรมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง ด้วยการร่วมงานแสดงสินค้า ทำอีคอมเมิร์ซ สินค้าเป้าหมายสำคัญ เช่น อาหาร ผลิตภัณฑ์ยางวัสดุก่อสร้าง สินค้าความงาม เป็นต้น

นางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐปี 2566 จะขยายตัว 1.5% และยังมีความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาเงินเฟ้อ แต่การส่งออกสินค้าไปสหรัฐอเมริกาก็เชื่อว่ายังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ผลไม้ กลุ่มสินค้าแพลนต์เบส สินค้าไลฟ์สไตล์ ของใช้เด็ก สินค้าสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ทาง สคต. พร้อมจัดกิจกรรม เช่น การขยายตลาดสินค้าอาหาร การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ การร่วมงานแสดงสินค้า การนำธุรกิจไทยเจรจาการค้า เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ขยายตัว 4%

“ตลาดสหรัฐก็ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความเข้มงวดการนำเข้าสินค้า การเพิ่มภาษี รวมถึงนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

นางสาวพัชรา รัตนบุบผา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า การส่งออกในตลาดยุโรปเป้าโต 1% โดยที่ยังต้องติดตามปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อที่ส่งผลต่อกำลังซื้อในประเทศลดลง ต้นทุนสินค้านำเข้าสูง ทำให้สินค้าราคาแพง

อย่างไรก็ตามยังมองว่าการส่งออกในตลาดนี้เติบโต เนื่องจากสินค้าไทยยังเป็นที่ต้องการ สคต. จะส่งเสริมกิจกรรมส่งออกโดยเฉพาะอาหาร เกษตร ไลฟ์สไตล์ บริการ เครื่องปรับอากาศ และเร่งเจาะตลาดเมืองรอง 7 แห่ง ร่วมงานแสดงสินค้า จับคู่เจรจา เป็นต้น

 

ชู Mini FTA

ขณะที่ นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในปีนี้ยังต้องจับตาภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 26 ปี และค่อนข้างผันผวน

ทำให้ญี่ปุ่นส่งออกสินค้าลดลงกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงสินค้าไทย แต่ยังมีปัจจัยบวกจากโควิด-19 คลี่คลาย นโยบายการเปิดประเทศ กระตุ้นการจับจ่ายของการท่องเที่ยว จึงคาดว่าการส่งออกไปสู่ภูมิภาคนี้ จะขยายตัวได้ 2.15%

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกจะมุ่งเน้นผลักดันการส่งออกผลไม้ไทย ต่อยอดการลงนาม Mini-FTA เมืองโคฟุ จ.วากายามะ ปูพรมกิจกรรมเมืองหลักและเมืองรอง ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ส่งเสริม Soft Power อาหารไทย ด้วยตรา Thai SELECT เป็นต้น

นายสกรรจ์ แสนโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เปิดเผยว่าเป้าส่งออกจีนโต 1% จากการทำความตกลง Mini FTA ที่น่าจะต่อยอดไปเมืองอื่นมากขึ้น อีกทั้งจีนมีมาตรการผ่อนคลายโควิดและสนับสนุน Cross border ecommerce เกิดโอกาสสำหรับสินค้าไทย

แต่ก็มีปัจจัยลบทั้งมาตรฐานสินค้าเข้มข้น ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และข้อจำกัดเรื่องภาษาจีน แต่ผลักดันกิจกรรมสินค้าไทยทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ใน 8 เมืองสำคัญ

นางสาวสุพัตรา แสวงศรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประจำเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย กล่าวว่า กลุ่มตลาดเอเชียใต้ เป้าหมายส่งออกโต 10% โดยจะเดินหน้า 7 กลยุทธ์ และส่งเสริมกิจกรรม อาทิ ปักหมุดสินค้าไทยในเมืองหลัก จัดงาน Top Thai Brands รุกตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ จัดคณะผู้แทนมาเจรจาธุรกิจ การค้าออนไลน์ พร้อมทั้งขยายผล Mini FTA หนุนส่งออก

โดยเฉพาะวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ยังต้องดูปัจจัยลบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ที่มีการจำกัดด้านนำเข้า เป็นต้น