“ดอน” พลิกก้อนหินทุกก้อน แก้ปัญหาเมียนมา หวั่นลงทุนชายแดน 2 แสนล้านสะดุด
วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดประชุมผู้แทนรัฐมนตรี และผู้แทนระดับสูงประเทศอาเซียน 7 ประเทศ จากทั้งหมด 9 ประเทศ เพื่อหาทางออกปัญหาสถานการณ์ในเมียนมา เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการถึงความเหมาะสม ว่า หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้วผู้ร่วมประชุมอยากให้จัดอีก และมีเหตุผลในการจัด เพราะเป็นการหาทางออกในการแก้ปัญหาของเมียนมาในวิธีอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาเราจัดมาแล้ว 2 ครั้งและมีประโยชน์
“เมื่อวานเขาชอบกันมาก และอยากให้เราจัดอีก ไม่ได้อยู่ดี ๆ แล้วจัดขึ้นมา ถ้าไม่มีประโยชน์เขาคงไม่มาอีกเป็นครั้งที่ 3 และมาในจำนวนที่เพิ่มขึ้น” นายดอนกล่าว
นายดอนกล่าวว่า สำหรับสาระในการพูดคุยเป็นข้อตกลงในที่ประชุม ว่าจะนำออกมาพูดไม่ได้ แต่ให้รับรู้ว่าเป็นประโยชน์และอยากให้เราจัดอีก เพราะได้พูดในเรื่องที่ไม่เคยพูดมาก่อน ทุกฝ่ายต้องการหาทางออก รวมถึงเมียนมา
“ผลประโยชน์ของคนไทยสำคัญที่สุดในการดำเนินการของรัฐบาล ทุกคนมองข้ามไปหมด นึกว่าต้องเดินตามมติอาเซียน 5 ข้ออย่างเดียว แต่ไม่มีทางออก เราไม่เหมือนอาเซียนอีกประการหนึ่งคือ เรามีชายแดนติดต่อกับเมียนมา 2,400 กว่ากิโลเมตร เพื่อนอาเซียนของเราทั้งหลายไม่มีพรมแดนต่อกัน ไม่เดือดร้อน ไม่มีความรู้สึกว่าต้องรีบหาทางออก และถ้ายืดเยื้อก็จะกระทบกับประเทศไทย ผลประโยชน์ของคนไทย พ่อค้าไทย นักลงทุนต่างประเทศที่มา ที่เห็นว่าเรื่องต่าง ๆ ของประเทศเพื่อนบ้านกระทบตลอดเวลา ยืดเยื้อ หลายอย่างกระทบต่อการตัดสินใจ” นายดอนกล่าว และว่า
“เวลาเราทำงาน เราพลิกก้อนหินทุกก้อน เราทำ 360 องศา ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ประเทศ ผลประโยชน์ของคนไทย เพื่อนของเรา อาเซียนอยู่ไกล ไม่มีชายแดนต่อกัน เขาก็ว่าไปตามทฤษฎี แต่ไม่ได้เห็นปัญหาวันต่อวันที่เกิดขึ้นของเขา แต่เรามีทุกวัน เช่น อาชญากรรม ค้ามนุษย์ scamming” นายดอนกล่าว
เมื่อถามว่าต้องส่งต่อเรื่องนี้ให้กับรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ อะไรที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย ของคนไทย ผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่ต้องดูแลต่อไป
“ไม่ต้องหรอกครับ (ส่งต่อให้รัฐบาลใหม่) ใครก็ตามที่เห็นเรื่องนี้ รับรู้เรื่องนี้ ก็คงรู้ว่าจะทำอะไรต่อ เราไม่จำเป็นต้องส่ง ไอ้ส่งเป็นเรื่องปกติของเจ้าหน้าที่ของกระทรวง แต่พวกเราคนธรรมดาต้องรับรู้ ว่าปัญหากระทบกับตัวเองอย่างไร ไม่ใช่ไปเดินตามอะไรก็ไม่ทราบ ที่เป็นข่าวสาร เล่าข่าว เพื่อที่จะให้เกิดปัญหาตามกันไปเยอะแยะ” นายดอนกล่าว
นายดอนทิ้งท้ายว่า เราไม่ต้องการให้มีการสู้รบ การสู้รบถ้าบานปลาย ยืดเยื้อ กระทบต่อผลประโยชน์ประเทศไทยทั้งหมด การค้าชายแดน 2 แสนกว่าล้านหยุดนิ่ง การลงทุนจากต่างประเทศหยุดนิ่ง
“ผลประโยชน์ของประเทศไทยรอ (รัฐบาลใหม่) ได้เหรอ ผลประโยชน์ของประเทศไทยถ้าเรามีโอกาสดูแลได้เร็วที่สุด เราก็ต้องพยายามทำ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราทำมาแล้ว อยู่ในกระบวนการ เราก็ทำต่อ และเรายังไม่ได้ส่งผ่าน ส.ส.เพิ่งจะรับรอง เราก็ต้องทำ เพื่อนบางคน เจ้าหน้าที่เด็กบางคนถามเราว่าจะเหนื่อยไปเปล่า ไม่ใช่เรื่องเหนื่อย แต่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน” นายดอนกล่าว