เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
News อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติผ่อนเกณฑ์รายย่อยลงทุนต่างประเทศได้ 10 ล้านดอลลาร์ 

27 มิ.ย. 2566 | 17:52น.
แบงก์ชาติผ่อนเกณฑ์รายย่อยลงทุนต่างประเทศได้ 10 ล้านดอลลาร์ 

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าโครงการ “FX Ecosystem” ลดความผันผวนค่าเงินบาท ซึ่งผันผวนมากเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เดินหน้าขยายวงเงินให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนต่างประเทศเพิ่มจาก 5 ล้านดอลลาร์เป็น 10 ล้านดอลลาร์ พร้อมสนับสนุนใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้า-ลงทุนเพิ่ม 

วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทค่อนข้างผันผวน นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอ่อนค่าแล้ว 1.6% ซึ่งระหว่างทางมีทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า โดยในไตรมาสที่ 1/2566 อยู่ที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ และล่าสุดอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งหากดูดัชนีค่าความผันผวนอยู่ที่ 6.5% อันดับ 3 ของภูมิภาค แต่การเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งมีบางประเทศที่ค่าความผันผวนสูงกว่าไทย เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น 

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาทมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.ปัจจัยภายนอกจากการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งที่ผ่านมาปรับอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างเร็วและรุนแรง ทำให้บาทอ่อนค่า 2.แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวกับภาคการท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนภายหลังการเลือกตั้ง และ 3.ปัจจัยเฉพาะของไทย เช่น พฤติกรรมการซื้อขายทองคำ และการลงทุนที่มีผลต่อค่าเงินบาท 

ดังนั้น เพื่อลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนและความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ธปท.จึงผ่อนคลายเกณฑ์ภายใต้แผนการสร้างระบบนิเวศอัตราแลกเปลี่ยน (FX Ecosystem) เพิ่มเติม ภายหลังจากผ่อนเกณฑ์ให้ทำธุรกรรมในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ได้เสรี หรือการโอนเงินออกนอกประเทศและทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวขึ้น รวมถึงการนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เสรีขึ้น โดยภายใน 2566 ธปท.จะเพิ่มเติมแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 

1.ผู้ประกอบการไทย ขยายวงเงินให้เปล่าจาก 5 หมื่นดอลลาร์ เป็น 2 แสนดอลลาร์ หรืออนุญาตให้บริษัทลูกในไทยส่งเงินให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ เพื่อช่วยบริหารสภาพคล่อง นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งดำเนินการแล้วใน 4 สกุล ได้แก่ หยวน-จีน ริงกิต-มาเลเซีย รูเปียห์-อินโดนีเซีย และเยน-ญี่ปุ่น ซึ่งที่ผ่านมาพบอุปสรรค 4 ด้านด้วยกัน คือ 1.ไม่มีสภาพคล่อง 2.หลักเกณฑ์ยังไม่เอื้ออำนวย 3.ต้นทุนแพง และ 4.ธุรกรรมรายย่อยยังไม่สะดวก ทั้งนี้ ธปท.จะผ่อนคลายเกณฑ์เพิ่มเติมร่วมกับธนาคารกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 

“การหนุนใช้สกุลเงินท้องถิ่นเราทำมาสักพักแล้ว เพราะหากดูตัวเลขสัดส่วนการค้ากับจีนค่อนข้างสูง 20% สหรัฐฯ 10% และญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่จะเห็นว่าสกุลเงินที่ใช้ชำระหลัก ๆ ประมาณ 80% ยังเป็นสกุลดอลลาร์ หยวนเพียง 5-6% และใช้สกุลท้องถิ่นรวมกันแค่ 20% ซึ่งเวลาดอลลาร์มีความผันผวน ส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยเป็นอย่างมาก และหากดูการเคลื่อนไหวของเงินบาทกับสกุลเงินในภูมิภาคไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสวนทางกับดอลลาร์ หากเรามาใช้สกุลเงินท้องถิ่นจะช่วยจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ระดับหนึ่ง”

2.นักลงทุนไทย จะขยายวงเงินลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศรายย่อย โดยไม่ผ่านตัวกลางจาก 5 ล้านดอลลาร์ เป็น 10 ล้านดอลลาร์ เนื่องจาก ธปท.เห็นสัญญาณนักลงทุนรายย่อยต้องการออกไปลงทุนในวงเงินมากขึ้น แต่ ธปท.ยังคงติดตามและเก็บข้อมูลอยู่  

3.บริษัทและนักลงทุนต่างประเทศ จะมีด้วยกัน 2 โครงการ คือ 1.การขยายขอบเขตโครงการให้นิติบุคคลต่างประเทศสามารถทำธุรกรรมเงินบาทกับสถาบันการเงินในประเทศ (NRQC) ซึ่งจะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีการค้าและลงทุนในไทยทำธุรกรรมได้สะดวกขึ้น โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการ 63 บริษัท ซึ่งมาจากยุโรป ญี่ปุ่น และเริ่มเห็นในกลุ่มอเมริกาเหนือ โดย ธปท.จะขยายไปในเซ็กเตอร์ Payment เพิ่มเติม และทำกระบวนการรับสมัครให้มีความกระชับมากขึ้น    

และ 2.โครงการการลงทะเบียนแสดงตัวตนของผู้ลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทย (Bond Investor Registration : BIR) ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนต่างชาติมาลงทะเบียนแล้วกว่า 9,000 ราย โดยภายหลังจากธปท.เห็นหน้าตาผู้ลงทุนแล้ว ธปท.จะเปิดให้นักลงทุนต่างชาติทำธุรกรรมโดยตรงกับสถาบันการเงินในไทยได้ เพื่อเป็นทางเลือก 

“แผนการที่จะดำเนินการในปีนี้ ถือว่าเป็นแผนระยะยาวในเรื่องของความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะเอื้อต่อการทำธุรกรรม รองรับกิจกรรมของนักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการในไทย โดยเป้าหมายสุดท้ายคาดหวังว่า ผู้ประกอบการไทยจะมีความสามารถในการรองรับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น เพราะเราไม่สามารถคาดเดาและควบคุมความเสี่ยงที่มาจากปัจจัยภายนอกได้ รวมถึงการขยายการลงทุน เพื่อให้คนไทยมีทางเลือกในการกระจายการลงทุนและออมเงินมากขึ้น” นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าว