“กสิกรไทย” เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไม่เอฟเฟ็กต์ค่าบาท ฟันธง 19 เม.ย.เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบปี แตะ 30.80 บาท/ดอลลาร์ เหตุนักท่องเที่ยวขนเงินมาตะลุยเทศกาลสงกรานต์ กลางปีเทรนด์เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย คาดสิ้นปีค่าบาท 32 บาท/ดอลลาร์
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25-1.50% ซึ่งคาดว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทมากนัก เนื่องจากตลาดมีการรับรู้มาระยะหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ดี ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า ตลอดปีนี้เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 2-3 ครั้ง อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าปีนี้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าสุดที่ 30.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงวันที่ 19 เม.ย.นี้ เนื่องจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจากการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีเงินไหลเข้าก่อนเทศกาลสงกรานต์ราว 9,700 ล้านบาท หลังจากนั้นค่าเงินบาทจะมีทิศทางอ่อนค่าจนถึงสิ้นไตรมาส 2 หรือกลางปีนี้ คาดว่าค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นในไทยที่จะส่งเงินปันผลกลับประเทศ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ที่จะส่งเงินปันผลออกนอกประเทศกว่า 87,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2560 ที่ผ่านมา จากนั้นถึงสิ้นไตรมาส 3 ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 31.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และสิ้นปีอยู่ที่ 32.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
นายกอบสิทธิ์กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องจับตาเฟดที่จะมีนโยบายลดงบดุลตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ดำเนินการ บวกกับที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แม้จะลดวงเงินในมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (QE) ลง แต่ก็ยังเหลือวงเงินสูงถึง 30,000 ล้านยูโร รวม ๆ แล้วสภาพคล่องในโลกยังคงสูง จึงมีโอกาสที่เม็ดเงินบางส่วนจะไหลกลับเข้ามาในไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมองว่าเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่ดี
“ขณะที่ความกังวลเรื่องเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ของไทยก็มีไม่เยอะนัก” นายกอบสิทธิ์กล่าวส่วนปัจจัยภายในประเทศที่จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 28 มี.ค.นั้น นายกอบสิทธิ์กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์ว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้ เนื่องจากปัจจัยที่จะกระตุ้นให้ กนง. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.ดุลบัญชีเดินสะพัดต่ำกว่า 3% และ 2.เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อยู่ 1-4% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1 จะอยู่ที่ 1.2% จากนั้น ณ สิ้นไตรมาส 2 จะอยู่ที่ 1.4% สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 0.9% และสิ้นไตรมาส 4 อยู่ที่ 0.8%