Skip to content

ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐเผยจีดีพีขยายตัว

29 มี.ค. 2561 | 19:00น.
ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐเผยจีดีพีขยายตัว

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.26/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (28/3) ที่ระดับ 31.22/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการขั้นสุดท้าย ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2560 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 2.9% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ที่ระดับ 2.5% และตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.6% การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ถูกปรับเพิ่มเป็นขยายตัว 4.0% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2557 ส่วนการนำเข้าถูกปรับเพิ่มเป็นขยายตัว 14.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2553 นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจาก สถานการณ์ด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทุเลาลง โดยนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมาเรีกร้องให้สหรัฐยกเลิกการใช้นโยบายกีดกันการค้าและการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐหันหน้าเจรจาและปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อแก้ไขข้อพิพาทด้านการค้า สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้กล่าวแสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากที่สหรัฐตัดสินใจขยายระยะเวลาการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน จากเดิม 30 วัน เป็น 60 วัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกรวมถึงไทย โดยสินค้าส่งออกไทยที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบเฉพาะหน้า หลัก ๆ ยังคงเป็นสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน เช่น อุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ไทยยังมีความเสี่ยงจากการคิดในรายชื่อการรายงานประเทศคู่ค้าของสหรัฐที่บิดเบือนค่าเงิน ซึ่งมีนัยถึงข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของทางการ อันอาจส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในจังหวะที่รวดเร็วและผันผวน รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะออกมาตรการกีดกันสินค้าไทยโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.22-31.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.24/31.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (28/3) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2308/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (27/3) ที่ระดับ 1.2391/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์หลังจากตัวเลขจีดีพีสหรัฐขยายตัวมากกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2297-1.2335 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2307/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (28/3) เปิดตลาดที่ระดับ 106.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (27/3) ที่ระดับ 105.68/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือน ก.พ.ปรับตัวขึ้น 1.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากยอดซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และเสื้อผ้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นวส่า การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างและภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทั้งนี้ แม้ยอดค้าปลีกเดือน ก.พ. ขยายตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.7% แต่ก็ถือว่าขยายตัวได้ดีกว่าเดือน ม.ค. ซึ่งมีการขยายตัว 1.5% การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดการใช้จ่ายผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นว่า ราคาผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต และอาจเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ทั้งนี้ในระหว่าวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 106.41-106.92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 106.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (29/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.25/-2.85 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.25/-4.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ