ราคาน้ำมันดิบ (14 ก.ย. 66) ปรับลด หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นสวนคาด
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นสวนคาด
วันที่ 14 กันยายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 8 ก.ย. 66 ปรับเพิ่มขึ้น 4.0 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 420.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 13 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 88.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.32 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 91.88 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.18 เหรียญสหรัฐ
สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยว่า การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวันของซาอุดีอาระเบีย และการส่งออกน้ำมัน 3.0 แสนบาร์เรลต่อวันของรัสเซียจนถึงสิ้นปี จะส่งผลให้ตลาดน้ำมันขาดดุลอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ 4 นี้ ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันจะขยายตัวในปีนี้และปีถัดไป
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้นร้อยละ 3.7 ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 ทั้งนี้ นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19-20 ก.ย.นี้
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันเบนซินของอินเดียและญี่ปุ่นปรับเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังโรงกลั่นของเกาหลีกลับมาดำเนินการผลิตหลังจากปิดซ่อมบำรุงตามแผน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดได้รับแรงกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่าได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
