ประวัตินลินี ทวีสิน หลัง ครม.รับทราบคำสั่งเศรษฐา ตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-ผู้แทนการค้าไทย
วันที่ 14 กันยายน 2566 ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 227/2566 เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ. 2552
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้ง นางนลินี ทวีสิน ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2566 เป็นต้นไป
ประวัตินลินี ทวีสิน
สำหรับ ดร.นลินี ทวีสิน (สกุลเดิมมิสรา) ชื่อเล่น จอย เกิดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2503 อายุ 63 ปี เป็นบุตรของเดโอปราภาเดอร์ มิสรา กับสัมพันธ์ สุทธิภาค ซึ่งสกุลมิสราเป็นตระกูลนักธุรกิจเชื้อสายอินเดีย นลินีได้สมรสกับปิตินันท์ ทวีสิน แต่สถานะทางกฎหมายของเธอคือหย่า แต่เธอก็ยังใช้นามสกุล ทวีสิน ของอดีตสามีตามเดิม โดยเธอใช้ชื่อและนามสกุลที่พ้องกับชื่อพี่สาวของเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ทั้ง ๆ มิได้มีความเกี่ยวดองกันแต่อย่างใด
การศึกษา
- โรงเรียนเมาต์เฮอร์มอน เมืองดาร์จีลิง ประเทศอินเดีย
- ปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์แมรี รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาเอกสาขาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรีเจนต์รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
- หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่น 18
- หลักสูตรพรรคการเมืองกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย สำหรับผู้บริหารจากสถาบันพระปกเกล้ารุ่นที่ 4
การทำงาน
ดร.นลินี ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์ SuccessMedia (หนังสือคอมพิวเตอร์) ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้ง ปี 2549 แต่ต้องถูกยกเลิกเนื่องจากการรัฐประหาร 19 กันยายน ต่อจากนั้นจึงได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังประชาชน ในการเลือกตั้ง ปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์)
จากนั้นในการเลือกตั้ง ปี 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 125 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป ในปี 2557 เธอได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 99
ในปี 2561 นางนลินีได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย และย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อธรรม พร้อมกับรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค พรรคการเมืองที่แยกร่างมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้เกมถูกยุบพรรค โดยจะส่งผู้สมัคร สส.เขตในลักษณะโคลนนิ่งประกบกับผู้สมัครเพื่อไทย หากพรรคหลักประสบอุบัติเหตุการเมืองระหว่างทาง จะมีการปรับแผนถ่ายคะแนนไปยังผู้สมัครเพื่อธรรมแทน
กระทั่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ทำให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค นางนลินีจึงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อมาก่อนที่จะลาออกจากสมาชิกพรรค ทำให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อธรรมในเวลาต่อมา กระทั่งในเดือนกันยายน ปี 2562 เธอได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค
บทบาทรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ดร.นลินีได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทย ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2554 กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคมปี 2555 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเฉพาะสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เฉพาะสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ราชบัณฑิตยสถาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสำนักงานรับรองมาตรฐานและรับรองคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ต่อมาถูกปรับออกจากตำแหน่งในเดือนตุลาคมปี 2555
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนปี 2555 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทยเป็นสมัยที่ 2 แทนนายวรวีร์ มะกูดี ที่ขอลาออกจากตำแหน่ง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กันยายนปี 2566 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 มีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย