เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
Real Estate ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
ดูทั้งหมด

เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ และอาจจะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า

22 ก.ย. 2566 | 21:48น.
ดอลลาร์

เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ และอาจจะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า

วันที่ 22 กันยายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 18-22 ก.ย. 2566 ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (18/9) ที่ระดับ 35.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/9) ที่ระดับ 35.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบเงินสกุลหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง โดยเมื่อวันศุกร์ (15/9) ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ หุ67.7 ในเดือน ก.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 69.1 จากระดับ 69.5 ในเดือน ส.ค.

ทั้งนี้ ผู้บริโภคลดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่เพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในอนาคต โดยในวันพุธ (20/9) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้งนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2565 ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (dot plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 5.6% ภายในสิ้นปีนี้

และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งสู่ระดับ 5.1% ในช่วงสิ้นปี 2567 และแตะ 3.9% ในช่วงสิ้นปี 2568 ขณะที่แตะ 2.9% ในช่วงสิ้นปี 2569 ขณะที่คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 2.5% ส่วนการคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐนั้น เฟดปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวสู่ระดับ 2.1% ในปี 2566 จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.0% และคาดว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว 1.5% 1.8% และ 1.8% ในปี 2567 2568 และ 2569 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวอยู่ที่ระดับ 1.8%

นอกจากนี้ เฟดปรับลดคาดการณ์อัตราว่างงานสู่ระดับ 3.8% ในปีนี้ และอยู่ที่ 4.1% ทั้งในปี 2567 และ 2568 ส่วนในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 4.0% ขณะที่อัตรว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 4.0% ส่วนการคาดการณ์เกี่ยวกับเงินเฟ้อนั้น เฟดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสู่ระดับ 3.7% ในปี 2566 และอยู่ที่ 2.6% และ 2.3% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ ส่วนในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 2.0%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก โดยในวันอังคารค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 36.00 บาท/ดอลลาร์ หลังรัฐบาลทุ่มมาตรการในลักษณะประชานิยม เน้นการเติบโตระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้ภาพเศรษฐกิจไทยระยะยาวอ่อนแอลง ประกอบกับมีแนวโน้มว่า รัฐบาลเตรียมออกพันธบัตร (บอนด์) ระยะยาวเพิ่มในปีหน้า ส่งผลให้มีแรงเทขายออกมาอย่างหนักในตลาดบอนด์ไทย

สำหรับปัจจัยในภูมิภาค ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 3.5% ในปีนี้ หลังจากเดิมคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.3% อย่างไรก็ดี ADB ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียลงสู่ระดับ 4.7% ในปี 2566 จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.8% โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียประกอบด้วย 46 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

อย่างไรก็ดี ADB ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียในปี 2567 ขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 4.8% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.7% ADB ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2566 โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนและอินเดียจะขยายตัว 4.9% และ 6.3%ในปีนี้ตามลำดับ ซึ่งลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5.0% และ 6.4% ตามลำดับ แต่ได้คงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจจีนและอินเดียในปี 2567 ไว้ที่ 4.5% และ 6.7% ตามลำดับ

ทั้งนี้ ADB ระบุในรายงานว่า วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนทำให้เศรษฐกิจเอเชียมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับช่วงขาลงและอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.64-36.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (22/9) ที่ระดับ 36.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (18/9) ที่ระดับ 1.0665/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/9) ที่ระดับ 1.0655/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงได้รับแรงหนุนจากการแสดงความเห็นของผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ไม่เห็นด้วยกับการคาดการณ์ที่ว่า วัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของอีซีบีสิ้นสุดลงแล้ว โดยผู้กำหนดนโยบายบางคนระบุว่า อีซีบีจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปเป็นเวลานาน และอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งถ้าหากมีความจำเป็น

อย่างไรก็ตามในวันศุกร์ (22/9) ได้มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) คอมโพสิตขั้นต้นของเอชซีโอบี ซึ่งรวบรวมข้อมูลโดยเอสแอนด์พี โกลบอล เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47.1 ในเดือน ก.ย. จากระดับต่ำสุดในรอบ 33 เดือนที่ 46.7 ในเดือน ส.ค. โดยต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว แต่ก็ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 46.5

ผลสำรวจพบว่าเศรษฐกิจยูโรโซนอาจหดตัวลงในไตรมาส 3 และจะไม่กลับมาขยายตัวอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าภาวะตกต่ำในกิจกรรมภาคธุรกิจลดลงเล็กน้อยในเดือน ก.ย.ก็ตาม ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0613-1.0736 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (22/9) ที่ระดับ 1.06643/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (18/9) ที่ระดับ 147.72/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/9) ที่ระดับ 147.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ค่าเงินเยนพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 147.72/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/9) ที่ระดับ 147.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ค่าเงินเยนพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 147.96 เยนเมื่อสัปดาห์

อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์ โดยวันจันทร์ (18/9) เป็นวันหยุดของญี่ปุ่น อีกทั้งนักลงทุนชะลอการลงทุน เนื่องจากรอดูทิศทางจากการปะชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ (19/9) และธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์ (22/9) ซึ่งบีโอเจถูกจับตาใกล้ชิด หลังจากนายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการบีโอเจทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษในไม่ช้านี้

โดยก่อนหน้านี้นายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการบีโอเจให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ในวันที่ 9 ก.ย.ว่า บีโอเจอาจจะยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ เมื่อมองเห็นการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ โดยในวันศุกร์ (22/8) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำพิเศษในวันนี้ และคงการประกาศว่าจะหนุนเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะเป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน

ซึ่งบ่งชี้ว่า บีโอเจไม่รีบเร่งที่จะทยอยถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงินขนาดใหญ่ และบีโอเจคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ -0.1% และเป้าหมายสำหรับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของญี่ปุ่นที่ราว 0% ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดไว้ รวมทั้งคงกรอบที่อนุญาตให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าวเคลื่อนไหวในระดับตั้งแต่ -0.50% จนถึง 0.50% และคงเพดานที่ 1.0% ที่ใช้ในเดือน ก.ค.

บีโอเจระบุในแถลงการณ์ว่า “เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจจะฟื้นตัวปานกลางต่อไป” พร้อมเสริมว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อส่งสัญญาณการเพิ่มขึ้นครั้งใหม่ ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวสวนทางกับการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐและยุโรปที่ส่งสัญญาณในการประชุมเมื่อไม่นานมานี้ว่าตั้งใจจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูเพื่อควบคุมเงินเฟ้อต่อไป บีโอเจไม่ได้ปรับเปลี่ยนการให้แนวทางการดำเนินนโยบายในอนาคต

โดยยังคงประกาศว่า “จะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมโดยไม่ลังเล” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ผู้เล่นในตลาดบางรายคิดว่า อาจจะเปลี่ยนไปใช้ท่าทีเชิงเป็นกลางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตาถ้อยแถลงของนายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการบีโอเจในการแถลงข่าวหลังการประชุมในวันนี้เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ว่า บีโอเจอาจทยอยถอนมาตรการกระตุ้นเมื่อใด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมาย และเยนร่วงลงอีกครั้ง ตลาดจึงพุ่งความสนใจไปที่สัญญาณใด ๆ ที่นายอุเอดะอาจจะทิ้งไว้เกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับเปลี่ยนนโยบาย

นอกจากนี้ นายชุอิจิ ซูซูกิ รมว.คลังญี่ปุ่นได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะไม่ตัดทางเลือกใด ๆ เกี่ยวกับค่าเงินออก ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าทะลุระดับ 148 เยนแล้ว พร้อมทั้งเตือนให้ระวังการเทขายเยนที่จะกระทบญี่ปุ่น เขากล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับการแทรกแซงเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเยนว่า เขากำลังติดต่อเจ้าหน้าที่ด้านสกุลเงินอย่างใกล้ชิด โดยการแทรกแซงที่ญี่ปุ่นดำเนินการในเดือน ก.ย.หรือ ต.ค. ปีที่แล้วมีผลกระทบบางอย่างในตลาดเงิน และเขาจะไม่ตัดทางเลือกใด ๆ ออก ถ้าหากค่าเงินผันผวนมากเกินไป “เรากำลังจับตาค่าเงินต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยตระหนักถึงความเร่งด่วนสูง”

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.31-148.45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (22/9) ที่ระดับ 148.34/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ