Skip to content

อยากเห็นวันที่คนไทยไม่ต้องไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสงคราม

15 ต.ค. 2566 | 20:00น.
อยากเห็นวันที่คนไทยไม่ต้องไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสงคราม
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี

ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสมากที่สุดประเทศหนึ่ง ในฐานะประเทศผู้รับผลกระทบอันดับต้น ๆ ในแง่จำนวนผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติในพื้นที่เกิดเหตุ

ไทยเป็นแหล่ง “แรงงานต่างชาติ” ที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของอิสราเอล ในปี 2023 มีคนไทยทำงานอยู่ในอิสราเอลจำนวนมากถึง 30,000 คน โดยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร รอง ๆ ไปจากนั้นเป็นงานช่าง และงานแม่บ้าน

อิสราเอลเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศเมื่อ 75 ปีก่อน

ความจริงที่น่าเศร้าคือ ไม่ใช่ว่าแรงงานไทยไม่รู้ว่าการไปทำงานที่อิสราเอลนั้น “เสี่ยง”

ทุกคนที่ไปทำงานในอิสราเอลรู้กันอยู่แล้วว่า อิสราเอลเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงจะเกิดสงครามได้ทุกเมื่อ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ยอมเสี่ยงชีวิตไป

เพราะการเป็นคนจนในประเทศไทยนั้นน่ากลัวกว่า

ล่าสุด แม้กระทั่งเกิดสงครามขึ้นแล้ว หลายคนก็ยังไม่อยากกลับมา เพราะลงทุนไปมากแล้วเพื่อให้ได้ไปทำงานหาเงินที่ได้ค่าแรงสูงในอิสราเอล

สำหรับคนหรือครอบครัวที่มีรายได้อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน เงินที่พวกเขาลงทุนไปนั้น เป็นเงินก้อนที่อาจจะมีโอกาส “มี” เพียงครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้งในชีวิต บางคนอาจกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นทุน ซึ่งหากกลับมาแบบขาดทุน ก็อาจจะไม่สามารถหาเงินทุนเพื่อที่จะกลับไปได้อีก

ณ วันที่ 11 ตุลาคม มีคนลงทะเบียนแสดงความจำนงกลับไทย 5,990 คนเท่านั้น แม้ว่าความเสี่ยงในอิสราเอลตอนนี้ไม่ได้มีอยู่เพียงทางภาคใต้ แต่ยังมีศึกทางภาคเหนือกับกลุ่มเฮซบัลเลาะห์จากเลบานอนอีกด้วย

ผู้เขียนคงไม่ต้องแสดงความคิดเห็นอะไรเองมากนักในบทความนี้ เพราะอยากหยิบยกเอาข้อความบางส่วนที่พี่น้องชาวไทยคุยกันในสื่อสังคมออนไลน์ที่ “สื่อสาร” ได้ดีกว่ามานำเสนอแทน

แรงงานไทยคนหนึ่งส่งข้อความในช่องทางขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ว่า “ผมแค่อยากอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ไม่ได้อยากกลับไทย เพราะกลัวกลับมาไม่ได้อีก”

ในเฟซบุ๊กแฟนเพจเพจหนึ่งที่ตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลส่งคนไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง มีหลายคนแสดงความเห็นกันว่า เป็นการไปโดยสมัครใจ คนที่ไปยอมรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับรายได้ที่สูง ซึ่งมีคอมเมนต์ของคุณ ป. ที่ว่า “ขนาดรัฐบาลขอให้กลับ แรงงานยังไม่ยอมกลับ ความจนมันน่ากลัว”

ที่พูดแทนใจที่สุดคือข้อความของคุณ T. ที่คอมเมนต์ในโพสต์หนึ่งของเพจกระทรวงการต่างประเทศว่า “ช่วยทำอะไรที่มันดีกว่านี้ได้ไหมครับ ต้องให้คนไทยตายอีกเท่าไหร่ ประเทศไทยคืออู่ข้าวอู่น้ำของโลก แต่เงินเดือน 9,000 ส่วนปริญญาตรี ถ้าไม่ใช่ราชการยังไม่ถึง 
15,000 เลย ช่วยกันพัฒนาชาติไทย คนไทยอย่างจริงใจสักทีเถิดครับ…”

ในย่อหน้าสุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากจะพูดเองคือ ความเสี่ยงและความสูญเสียของชาวไทยจากเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาสครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของผู้เขียนและอีกหลาย ๆ คน (เช่นคุณ T.) ที่ว่า อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมกับการพัฒนาทางสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสภาพแวดล้อมและกลไกที่ทำให้คนไทยมีโอกาสอย่างไม่ด้อยไปกว่ากัน เพื่อให้คนไทยมีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปากได้จากการประกอบอาชีพในประเทศไทย อยากเห็นวันที่คนไทยไม่จำเป็นต้องไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามอีกต่อไป