เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ป.ป.ช. ชี้มูลผิด “บิ๊กนายพล” อดีต ผอ.กอ.รมน. พร้อมพวก เบิกจ่ายเท็จ-ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯ
Uncategorized ป.ป.ช. ชี้มูลผิด “บิ๊กนายพล” อดีต ผอ.กอ.รมน. พร้อมพวก เบิกจ่ายเท็จ-ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯ
จับตาเดอะมอลล์โคราช เปิดดีลเช่าที่ดินรอบใหม่
ข่าวหน้า 1 จับตาเดอะมอลล์โคราช เปิดดีลเช่าที่ดินรอบใหม่
การค้าชายแดน ก.ย. ฟื้น 24.4% มาเลเซียแรงสุด 3.99 หมื่นล้าน
Economic การค้าชายแดน ก.ย. ฟื้น 24.4% มาเลเซียแรงสุด 3.99 หมื่นล้าน
อนุทิน ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ลั่นไม่หนีศึกซักฟอกรัฐบาล ธ.ค.นี้
Politics อนุทิน ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ลั่นไม่หนีศึกซักฟอกรัฐบาล ธ.ค.นี้
เร่งปลดล็อกกฎดึงทุนไฮเทค นายกฯ ชี้ไม่ลดน้ำมันยกแผง 91-95 ยังนำเข้าหวั่นกระทบคลัง
Politics เร่งปลดล็อกกฎดึงทุนไฮเทค นายกฯ ชี้ไม่ลดน้ำมันยกแผง 91-95 ยังนำเข้าหวั่นกระทบคลัง
ครบรอบ 1 เดือน น้ำท่วม กทม. เปิดสถิติล่าสุด อนุมัติเงินเยียวยาพุ่งทะลุ 4,000 ล้านบาท
News ครบรอบ 1 เดือน น้ำท่วม กทม. เปิดสถิติล่าสุด อนุมัติเงินเยียวยาพุ่งทะลุ 4,000 ล้านบาท
แอสเซทไวส์ JV บิ๊กอสังหาฯญี่ปุ่น ผุด “โวโค่ ภูเก็ต บางเทา” ขยายพอร์ตโรงแรมหรู เปิดปี‘70
Real Estate แอสเซทไวส์ JV บิ๊กอสังหาฯญี่ปุ่น ผุด “โวโค่ ภูเก็ต บางเทา” ขยายพอร์ตโรงแรมหรู เปิดปี‘70
ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ช่วย Vendor แก้เกมทิ้งโซลาร์ล้านครัวเรือน
ข่าวหน้า 1 ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ช่วย Vendor แก้เกมทิ้งโซลาร์ล้านครัวเรือน
เมื่อโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย AI Bubble พาค้นหาทางรอดให้พอร์ตลงทุน
Finance เมื่อโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย AI Bubble พาค้นหาทางรอดให้พอร์ตลงทุน
‘ภูมิใจไทย’ ถอดเขี้ยวฝ่ายค้าน แก้ข้อบังคับสภา โละ-รื้ออำนาจกรรมาธิการ
Politics ‘ภูมิใจไทย’ ถอดเขี้ยวฝ่ายค้าน แก้ข้อบังคับสภา โละ-รื้ออำนาจกรรมาธิการ
ดูทั้งหมด

อยากเห็นวันที่คนไทยไม่ต้องไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสงคราม

15 ต.ค. 2566 | 20:00น.
แรงงานไทย
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี

ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสมากที่สุดประเทศหนึ่ง ในฐานะประเทศผู้รับผลกระทบอันดับต้น ๆ ในแง่จำนวนผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติในพื้นที่เกิดเหตุ

ไทยเป็นแหล่ง “แรงงานต่างชาติ” ที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของอิสราเอล ในปี 2023 มีคนไทยทำงานอยู่ในอิสราเอลจำนวนมากถึง 30,000 คน โดยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร รอง ๆ ไปจากนั้นเป็นงานช่าง และงานแม่บ้าน

อิสราเอลเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศเมื่อ 75 ปีก่อน

ความจริงที่น่าเศร้าคือ ไม่ใช่ว่าแรงงานไทยไม่รู้ว่าการไปทำงานที่อิสราเอลนั้น “เสี่ยง”

ทุกคนที่ไปทำงานในอิสราเอลรู้กันอยู่แล้วว่า อิสราเอลเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงจะเกิดสงครามได้ทุกเมื่อ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ยอมเสี่ยงชีวิตไป

เพราะการเป็นคนจนในประเทศไทยนั้นน่ากลัวกว่า

ล่าสุด แม้กระทั่งเกิดสงครามขึ้นแล้ว หลายคนก็ยังไม่อยากกลับมา เพราะลงทุนไปมากแล้วเพื่อให้ได้ไปทำงานหาเงินที่ได้ค่าแรงสูงในอิสราเอล

สำหรับคนหรือครอบครัวที่มีรายได้อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน เงินที่พวกเขาลงทุนไปนั้น เป็นเงินก้อนที่อาจจะมีโอกาส “มี” เพียงครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้งในชีวิต บางคนอาจกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นทุน ซึ่งหากกลับมาแบบขาดทุน ก็อาจจะไม่สามารถหาเงินทุนเพื่อที่จะกลับไปได้อีก

ณ วันที่ 11 ตุลาคม มีคนลงทะเบียนแสดงความจำนงกลับไทย 5,990 คนเท่านั้น แม้ว่าความเสี่ยงในอิสราเอลตอนนี้ไม่ได้มีอยู่เพียงทางภาคใต้ แต่ยังมีศึกทางภาคเหนือกับกลุ่มเฮซบัลเลาะห์จากเลบานอนอีกด้วย

ผู้เขียนคงไม่ต้องแสดงความคิดเห็นอะไรเองมากนักในบทความนี้ เพราะอยากหยิบยกเอาข้อความบางส่วนที่พี่น้องชาวไทยคุยกันในสื่อสังคมออนไลน์ที่ “สื่อสาร” ได้ดีกว่ามานำเสนอแทน

แรงงานไทยคนหนึ่งส่งข้อความในช่องทางขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ว่า “ผมแค่อยากอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ไม่ได้อยากกลับไทย เพราะกลัวกลับมาไม่ได้อีก”

ในเฟซบุ๊กแฟนเพจเพจหนึ่งที่ตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลส่งคนไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง มีหลายคนแสดงความเห็นกันว่า เป็นการไปโดยสมัครใจ คนที่ไปยอมรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับรายได้ที่สูง ซึ่งมีคอมเมนต์ของคุณ ป. ที่ว่า “ขนาดรัฐบาลขอให้กลับ แรงงานยังไม่ยอมกลับ ความจนมันน่ากลัว”

ที่พูดแทนใจที่สุดคือข้อความของคุณ T. ที่คอมเมนต์ในโพสต์หนึ่งของเพจกระทรวงการต่างประเทศว่า “ช่วยทำอะไรที่มันดีกว่านี้ได้ไหมครับ ต้องให้คนไทยตายอีกเท่าไหร่ ประเทศไทยคืออู่ข้าวอู่น้ำของโลก แต่เงินเดือน 9,000 ส่วนปริญญาตรี ถ้าไม่ใช่ราชการยังไม่ถึง 
15,000 เลย ช่วยกันพัฒนาชาติไทย คนไทยอย่างจริงใจสักทีเถิดครับ…”

ในย่อหน้าสุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากจะพูดเองคือ ความเสี่ยงและความสูญเสียของชาวไทยจากเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาสครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของผู้เขียนและอีกหลาย ๆ คน (เช่นคุณ T.) ที่ว่า อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมกับการพัฒนาทางสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสภาพแวดล้อมและกลไกที่ทำให้คนไทยมีโอกาสอย่างไม่ด้อยไปกว่ากัน เพื่อให้คนไทยมีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปากได้จากการประกอบอาชีพในประเทศไทย อยากเห็นวันที่คนไทยไม่จำเป็นต้องไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามอีกต่อไป