เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“จิรโรจน์” YEC มุกดาหาร จาก “พี่สอนน้อง” สู่ตลาดนัดสตาร์ตอัพ

13 เม.ย. 2561 | 09:15น.

“จิรโรจน์ เรืองกิตต์ชัยกุล” ประธานคณะกรรมการผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร (Young Entrepreneurs Chamber : YEC) และเจ้าของตลาดนัด Night Box มุกดาหาร วัย 38 ปี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เส้นทางธุรกิจของเขาเริ่มจากการเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวในส่วนร้านจำหน่ายจักรยานยนต์มือ 2 หลังจากจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยรังสิต คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ

เมื่อเข้ามารับไม้ต่อทำให้พบว่ามีโอกาสทางธุรกิจอยู่อีกมากสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่มีอุปสรรคสำคัญในเรื่องประสบการณ์ และความรู้ ทำให้แนวทางในการทำงานในฐานะ YEC มุ่งเน้นการให้ความรู้ในลักษณะ “พี่สอนน้อง” และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจของสมาชิกทั้ง 35 ราย ซึ่งเป็นแนวทางที่ถอดแบบมาจากนโยบายของสมาคมหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เช่น การอบรมสภาวะผู้นำ การพัฒนาบุคลิกภาพ และการเข้าสังคม เป็นต้น โดยมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทร้านอาหาร ทายาทธุรกิจ SMEs และสตาร์ตอัพ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสานสัมพันธ์ร่วมกับสมาชิกหอการค้าในจังหวัดอื่น ๆ ผ่านการจัดประชุมสัมมนาร่วมกัน เช่น ประชุม YEC ภาคอีสาน หรือร่วมกับ YEC ภาคเหนือเป็นต้น เพื่อให้เกิดการรับรู้ข่าวสารและโอกาสทางธุรกิจ รวมไปถึงการเดินทางไปดูงานที่ สปป.ลาว และเวียดนาม เพื่อให้สมาชิกเห็นการเชื่อมโยงช่องทางในการทำธุรกิจในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับธุรกิจส่วนตัวนั้น จิรโรจน์ได้เริ่มธุรกิจตลาดนัด Night Box ช่วงปลายปี 2559 มุ่งหวังให้เป็นห้องนั่งเล่นของจังหวัดมุกดาหาร และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดที่ทำธุรกิจร้านอาหาร และสตาร์ตอัพ โดยตั้งเป้าเป็นตลาดนัดที่มีจุดเด่นคืออาหารหลากหลาย บรรยากาศอบอุ่น และเป็นที่พบปะของผู้คน ปัจจุบันมีร้านค้าประมาณ 47 ร้าน แบ่งเป็นส่วนของผู้ประกอบการขายอาหาร 95% และสินค้าอื่น ๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ อีก 5% มีผลประกอบการในแต่ละร้านค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-5,000 บาท/วัน มีลูกค้าหมุนเวียนอยู่ที่ 600 คน/วัน

ทั้งนี้ หากเทียบกับตลาดนัดในพื้นที่จังหวัดอื่นแล้ว จะพบว่าตลาดนัดของมุกดาหารมีขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีประชากรเพียง 380,000 คน อาศัยในพื้นที่อำเภอเมืองเพียง 35,000 คน และจำแนกอายุเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อเพียง 10,000 คน ทำให้ไม่สามารถจัดทำเป็นตลาดใหญ่ ๆ รองรับลูกค้าขาจรจำนวนมากแบบตลาดนัดรถไฟในกรุงเทพฯได้ แต่ต้องอาศัยสร้างจุดขายอื่น เช่น การสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ห้องน้ำสะอาด ด้านอาหารมีทั้งราคาและรสชาติที่เหมาะสมกัน มุ่งตอบสนองกลุ่มเป้าหมายในลักษณะครอบครัว และกลุ่มเพื่อน ซึ่งขณะนี้มีการรวมกลุ่มของนักปั่นจักรยานเป็นประจำภายในตลาดนัดแห่งนี้

“จิรโรจน์” กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ธุรกิจตลาดนัดจะเติบโตหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า ที่มาอยู่ในตลาดเป็นหลัก เจ้าของตลาดเป็นเพียงส่วนประกอบย่อย ๆ ที่ช่วยดูแลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งไฟฟ้า ห้องน้ำ ที่จอดรถ และพื้นที่ส่วนกลาง หากผู้ประกอบการรายใดไม่มีจิตวิญญาณของนักขายก็ยากที่จะนำทั้งตลาดให้คึกคักได้ โดยทางตลาดได้สนับสนุนให้เกิดบรรยากาศของการพูดคุยและสานสัมพันธ์ระหว่างกันของผู้ประกอบการและลูกค้า โดยไม่มีติดอินเทอร์เน็ตในตลาด เพราะไม่อยากให้ทุกคนมุ่งแต่จะใช้สมาร์ทโฟน รวมไปถึงการพูดคุยตกลงกับผู้ประกอบการให้ดูแลร้านค้าของตนและไม่จ้างพนักงานเกินจำเป็น เพราะต้องการทำให้ผู้ประกอบการได้พบกับลูกค้าโดยตรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตาร์ตอัพ