เปิดอีเมล์ถึงผู้เสียหายกรณี Zipmex พบ ซีอีโอ Zipmex ประเทศไทยลาออกตั้งแต่ 9 พ.ย. 2566 หากครบ 30 วันไม่มีซีอีโอ ยึดใบอนุญาตประกอบการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากกรณี Zipme ประเทศไทย ได้ระงับการซื้อขาย ให้ทยอยถอนเงิน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แจ้งว่า Zipmex ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (เงินกองทุน) ได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กลุ่มผู้เสียหาย Zipmex ได้รับอีเมล์ราวสัปดาห์ก่อนถึงความคืบหน้าของการพิจารณาคดี (ก่อนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566) พบว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย การลาออกของเขามีผลทันที
ก.ล.ต. ได้รับแจ้งแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้กฎระเบียบของไทย ซิปเม็กซ์ ประเทศไทยได้มี 30 วันในการแต่งตั้งกรรมการและ CEO แทน หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด ก.ล.ต. อาจกำหนดมาตรการลงโทษ ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าจะมีการเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตของ Zipmex Thailand เพื่อดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
ตามข้อกำหนด ข้อ 16/1 ของประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ. 19/2561 เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ Zipmex ต้องระงับการประกอบธุรกิจทุกประเภท จนกว่าจะดำรงเงินกองทุนได้ และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ รวมถึงแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภทโดยไม่ชักช้า
ก.ล.ต. จึงสั่งการตามข้อ 16/1(3) ของประกาศดังกล่าว ให้ Zipmex ดำเนินการเพื่อให้สามารถดำรงสถานะเงินกองทุนได้ตามที่กำหนด และคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ดังต่อไปนี้
(1) ยื่นแผนการแก้ไขปัญหาการดำรงเงินกองทุนต่อ ก.ล.ต.
(2) ดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาการดำรงเงินกองทุนที่ได้ยื่นต่อ ก.ล.ต. ตามข้อ (1) เพื่อให้สามารถกลับมาดำรงเงินกองทุนภายในระยะเวลาแผนดังกล่าว
(3) ดำเนินการให้ลูกค้าสามารถถอน หรือโอนย้ายทรัพย์สินเงินบาท และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับข้อติดขัดในการดำเนินการดังกล่าว
(4) ให้ Zipmex เตรียมความพร้อมของระบบงาน และบุคลากรในจำนวนที่เพียงพอต่อการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าและดำเนินการตามความประสงค์ของลูกค้าตามข้อ (3)

