เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
News ‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
World ‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
ดูทั้งหมด

จับตา “ผู้ชนะที่แท้จริง” ของการเลือกตั้งไต้หวัน

17 ม.ค. 2567 | 10:34น.
TAIWAN-POLITICS-VOTE
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไต้หวันเมื่อ 13 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ท่ามกลางความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ที่ทำให้อุณหภูมิเหนือช่องแคบไต้หวันร้อนฉ่าแทบลุกเป็นไฟ

นักสังเกตการณ์พากันจดจ่ออยู่กับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเชื่อว่า “ผลลัพธ์ของการเลือกตั้ง” ไม่เพียงจะบ่งชี้ถึงชะตากรรมของไต้หวันเท่านั้น แต่ยังส่งผลผูกพันต่อ “ชะตากรรมของโลก” ได้อีกด้วย

โดยเฉพาะเมื่อสื่อที่เป็นปากกระบอกเสียงของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ออกมาตีตราการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นการเลือกระหว่าง “สงครามกับสันติภาพ” และ “ความรุ่งเรืองกับความเสื่อมทรุด” ที่จะเกิดขึ้นตามมา

ดังนั้น เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาว่า วิลเลียม ไล่ หรือ “ไล่ ชิงเต๋อ” ผู้สมัครวัย 64 ปีของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี สร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองเก่าแก่ 1 ใน 2 พรรค สามารถครองอำนาจต่อเนื่องได้ถึง 3 สมัยด้วยกัน ทางการจีนย่อมไม่พอใจแน่นอน

เพราะ “วิลเลียม ไล่” คือคนที่ทางการปักกิ่งขนานนามว่าเป็น “ตัวปัญหา” และเป็น “นักแบ่งแยกดินแดน” เปี่ยมอันตรายมาโดยตลอด

แต่ที่น่าสนใจก็คือ อาการกราดเกรี้ยวโกรธาของจีนกลับไม่ได้รุนแรงมากมายอย่างที่คาดคิดกัน

เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะ วิลเลียม ไล่ ไม่เพียงได้รับชัยชนะด้วยสัดส่วนคะแนนเสียงเพียง 40% เท่านั้น พรรคดีพีพีเองซึ่งเคยครองเสียงข้างมากในสภา กลับได้ สส.กลับเข้าสภาเพียง 51 ที่นั่งเท่านั้น คู่แข่งสำคัญที่เป็นพรรคนิยมจีนอย่าง “ก๊กมินตั๋ง” ได้ สส.เพิ่มเป็น 52 ที่นั่ง

แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ พรรคการเมืองหน้าใหม่อย่างพรรคประชาชนไต้หวัน (ทีพีพี) ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อไม่ถึง 5 ปีก่อน กลับได้ที่นั่ง สส.ไปถึง 8 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคที่ 3 ที่สามารถมีอิทธิพลชี้เป็นชี้ตายเสียงข้างมากในสภาไต้หวันได้เลย

นาธาน แบทโต นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ประจำ อะคาเดเมีย ซินิกา สถาบันวิจัยระดับท็อปของไต้หวัน ถึงกับออกปากว่า ถ้าจะมี “บิ๊กวินเนอร์” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็เห็นจะเป็นทีพีพีนี่เอง

แต่ที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ก็คือ ทีพีพีจะใช้สถานะที่ว่านี้ของตัวเองให้เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างไรกัน

“ทีพีพี” พรรคการเมืองใหม่ก่อตั้งโดย “เคอ เวินเจ๋อ” ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ได้รับคะแนนเสียงไป 26.5% เป็นอันดับ 3 รองจาก โหว โหยวอี๋ ตัวแทนพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ได้คะแนนเสียง 33.5%

เคอ เวินเจ๋อ ศัลยแพทย์ฝีมือดี วัย 64 ปีจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เริ่มต้นชีวิตการเมืองในปี 2014 ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายกเทศมนตรีนครไทเป และได้รับชัยชนะจากการหนุนหลังของขบวนการนักศึกษาทานตะวัน ที่ชุมนุมประท้วงต่อต้านความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนในเวลานั้น

ที่น่าสนใจก็คือ เคอ เวินเจ๋อ ได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่ “ยืดหยุ่น” มากที่สุดคนหนึ่ง แรกเริ่มเดิมทีเคอเคยเป็นพันธมิตรกับดีพีพี พรรคการเมืองหลักที่นิยามไต้หวันว่าเป็นชาติอิสระ ปฏิเสธการเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่ไม่นานก็กลับมาเอนเอียงไปทางก๊กมินตั๋ง ที่เชื่อว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน แม้จะไม่เห็นพ้องกับทางการจีน ว่าไต้หวันควรปกครองจีน หรือจีนควรปกครองไต้หวันก็ตาม

เคอ เหวินเจ๋อ เลือกตั้งไต้หวัน
เคอ เหวินเจ๋อ ระหว่างการหาเสียง (ภาพโดย Ann Wang/ REUTERS)

ตอนที่เป็นนายกเทศมนตรี เคอย้ำหลายครั้งว่า จีนกับไต้หวัน “คือสมาชิกครอบครัวเดียวกัน” และในระหว่างรณรงค์หาเสียง เคอสนับสนุนการหวนกลับมาเจรจาทำความตกลงทางการค้ากับจีนใหม่อีกครั้ง ตามแนวทางของก๊กมินตั๋ง พรรคการเมืองที่เคอบอกในเวลานั้นว่า น่าจะเป็นพันธมิตรกันได้

เคอ เวินเจ๋อ สร้างคะแนนนิยมในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ในไต้หวัน ด้วยการเลิกพูดถึงจีน หันมาเน้นแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของคนในประเทศแทน หลายคนชื่นชอบเขาด้วยเหตุที่ว่า เคอหาเสียงด้วย “ภาษาชาวบ้าน” ที่เข้าถึงง่าย ได้ใจได้คะแนนนิยมเพราะไร้วาทกรรมประดิษฐ์ที่ฟังไม่รู้เรื่อง

ฟังดู ดูเหมือนก๊กมินตั๋งที่มี สส.มากที่สุดในสภาหลังเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีโอกาสสูงที่จะจับมือกับทีพีพี เล่นงานรัฐบาลเสียงข้างน้อยของดีพีพีในอนาคต

แต่หลังผลการเลือกตั้งปรากฏ เคอ เวินเจ๋อ กลับประกาศว่า ทีพีพีจะไม่ผูกพันธมิตรกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่จะร่วมมือกับกลุ่มหลากหลายในสภา ขึ้นอยู่กับ “ประเด็น” และ “วาระ” เท่านั้น

นักสังเกตการณ์ชี้ว่า ในขณะที่ “เคอ เวินเจ๋อ” หัวหน้าพรรคมีแนวทางที่พลิกผันไปมาชนิดจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย ภายในพรรคทีพีพีเองก็มีความแตกต่างทางความคิดอยู่มากไม่น้อยเช่นกัน ถึงขนาดอาจเกิดการต่อสู้แก่งแย่งกันภายในขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น แกนนำคนสำคัญของทีพีพีอย่าง หวง ชานชาน นักการเมืองสตรีที่เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีของเคอ เวินเจ๋อ ก็เป็นนักการเมืองที่มาจากก๊กมินตั๋ง ในขณะที่ หวง โค่วชาง แกนนำอีกคนกลับมีภูมิหลังมาจากขบวนการนักศึกษาทานตะวัน ที่ต่อต้านจีนสุดลิ่ม

ว่ากันว่าคนทั้งสองมีอิทธิพลในพรรคมากถึงกับสามารถแข่งบารมี แย่งการนำพรรคจากเคอได้เลย

หลายฝ่ายเชื่อว่าทุกอย่างอาจจะชัดเจนได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เมื่อมีการประชุมสภานัดแรก แล้วมีการเลือกตั้ง “ประธานสภา” ที่ทั้งก๊กมินตั๋งและดีพีพี พากันยื่นข้อเสนอมาให้ทีพีพีพิจารณา

ก๊กมินตั๋งเสนอตำแหน่งรองประธานให้เป็นคนของทีพีพี ในขณะที่ ดีพีพี เจาะจงเลือก “หวง ชานชาน” เป็นประธานสภา ให้ตัวแทนของพรรคเป็นรองประธานเท่านั้น

การตัดสินใจที่ว่านี้อาจกลายเป็นตัวชี้วัดความตึงเครียดเหนือช่องแคบไต้หวันกันจริง ๆ จัง ๆ ก็เป็นได้