Skip to content

“อินเดีย” พลิกฟื้น “อุตฯการบิน” ลดภาระ “รถไฟ” ผู้โดยสารทะลัก

25 เม.ย. 2561 | 21:12น.
“อินเดีย” พลิกฟื้น “อุตฯการบิน” ลดภาระ “รถไฟ” ผู้โดยสารทะลัก

“อินเดีย” พยายามชุบชีวิตอุตสาหกรรมการบินให้แข็งแกร่ง หวังเชื่อมโยงเมืองเล็ก ๆ ที่สายการบินยังเข้าไม่ถึง เพื่อรองรับผู้โดยสารกลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัว ทั้งยังต้องการกระจายการลงทุนของภาคขนส่งจากวิธีเดิม ๆ อย่าง “รถไฟ” ที่มีผู้ใช้กระจุกตัวขั้นรุนแรง

ก่อนหน้านี้ มีรายงานวิเคราะห์ถึงความอ่อนแอของโครงสร้างพื้นฐานในอินเดีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบิน ที่ระบบการเชื่อมโยงภายในประเทศยังต่ำกว่าดีมานด์ภายในอยู่มาก อีกทั้งรัฐบาลยังคว้าน้ำเหลวในการผลักดันให้เกิดธุรกิจสายการบินใหม่ ๆ หรือเส้นทางการบินใหม่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้โดยสารที่มากขึ้น ทั้งนโยบายการปฏิรูปที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการบินเท่าที่ควร

แม้ว่าที่ผ่านมาอินเดียได้ทุ่มงบประมาณก่อสร้างสนามบิน 460 แห่งทั่วประเทศ แต่มีรายงานยืนยันจากบริษัทวิจัย CAPA ระบุว่า มีการเปิดใช้งานสนามบินจริง ๆ เพียง 90 แห่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือแม้ว่าบางแห่งจะมีการลงทุนก่อสร้างแต่ก็ไม่มีสายการบินเปิดให้บริการ

ขณะที่ “รถไฟ” ระบบคมนาคมที่เก่าแก่และขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้รับความนิยมมากที่สุดในอินเดีย มีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 12.5ล้านคน และเฉลี่ยในทุก ๆ วันจะมีรถไฟกว่า 8,350 ขบวนวิ่งไปตามรางที่มีระยะทางรวมเกือบ 115,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของระบบรางอินเดียที่ยังไม่เคยได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยสูงถึงวันละ 120-150 ราย

หากมองถึงประสิทธิภาพระยะยาวของระบบคมนาคมในอินเดีย ให้เพียงพอต่อดีมานด์ภายใน โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่มีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลพยายามผลักดันเป้าหมายให้อินเดียเป็นตลาดการบินใหญ่เบอร์ 3 ของโลก ภายในปี 2027

รอยเตอร์สรายงานว่า ล่าสุดสำนักงานท่าอากาศยานแห่งอินเดีย (AAI) เตรียมจะลงทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานในอินเดียภายใต้นโยบายของรัฐบาล “นเรนทรา โมดี” มูลค่ากว่า 175,000 ล้านรูปี หรือราว 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปีงบประมาณ 2019-2020 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดสรรงบเพื่อยกระดับระบบท่าอากาศยานอินเดียอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ การเปิดประมูลเส้นทางการบินซึ่งเริ่มหารือกันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา AAI ให้เพิ่มการบินระหว่างเมืองอีก 400,000 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ โดยเน้นไปที่จุดหมายปลายทาง “เมืองรอง” หรือที่เรียกว่า “tier 2” ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลในครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ “อินเตอร์โกลบเอวิเอชั่น” หรือที่รู้จักกันในนาม “อินดิโก แอร์ไลน์” สายการบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยจะเพิ่มเส้นทางการบินใหม่ มุ่งไปที่การบินสู่เมืองรองตามคอนเซ็ปต์ของรัฐบาล อาทิ เมืองโภปาล (Bhopal) ทางภาคกลาง และเมืองนาสิก (Nashik) ทางภาคตะวันตก

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดียในอัตราที่สูงต่อเนื่องหลายปี จะช่วยให้อินเดียกลายเป็นตลาดการบินที่สำคัญและมีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ทั้งนี้ แผนการปฏิรูปของรัฐบาล จะรวมถึงการยกระดับสนามบินที่มีอยู่ก่อนแล้ว ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร เปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ พร้อมเสนอแรงจูงใจต่อสายการบินในประเทศ เพื่อร่วมกันเปิดให้บริการเที่ยวบินไปยังเมืองรอง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้โดยสารทุกประเภท

นายศรี ปาราเวกการาสุ นักวิเคราะห์จาก Facts Global Energy ที่ปรึกษาด้านพลังงานในสิงคโปร์ ระบุว่า “ภาคการบินของอินเดีย ยังมีศักยภาพมหาศาลที่จะเติบโตในระยะยาว ด้วยภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่ ทั้งปริมาณของประชากรที่มีความมั่งคั่งมากขึ้น โดยช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ตัวเลขผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเกือบ 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 22.2 ล้านคน เป็นไปได้ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ชาวอินเดียที่เดินทางโดยเครื่องบินอาจเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว หากแผนการปฏิรูปการบินประสบความสำเร็จ”

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ในวงการอุตสาหกรรมการบินหลายราย รวมถึง “เอ็มมา ริชาร์ดส์” นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบริษัท BMI Research ในกรุงลอนดอน ระบุว่า

แผนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานอินเดีย ไม่เพียงแต่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้โดยสาร และธุรกิจขนส่งสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการที่จะใช้เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินสูงขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่าปีนี้ดีมานด์จะสูงถึง 700,000 ตัน หรือมากกว่านั้น จากปี 2017 อยู่ที่ 623,000 ตัน และ 566,000 ตันในปี 2016 ทำให้อัตราเติบโตรายปีอยู่ที่ราว 12% เทียบเท่ากับประเทศจีนในยุคเฟื่องฟูต้น ๆ ยุคปี 2000