เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
Economic พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
Automotive อีซูซุลิสซิ่ง พักชำระหนี้ลูกค้า “น้ำท่วม” สูงสุด 3 เดือน
“วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
Economic “วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
‘ไชยชนก’ ไม่เชื่อ ‘สุชาดา’ เอี่ยวสแกมเมอร์ จนกว่าจะมีหลักฐาน
Politics ‘ไชยชนก’ ไม่เชื่อ ‘สุชาดา’ เอี่ยวสแกมเมอร์ จนกว่าจะมีหลักฐาน
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
Economic น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
Economic คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
Economic GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
Economic โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
Politics รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
ดูทั้งหมด

เมื่อ “เน็ตฟลิกซ์” ชนะสงครามสตรีมมิ่ง

31 ม.ค. 2567 | 10:10น.
US-NETFLIX-INTERNET-TELEVISION-EARNINGS
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจ
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

แนวความคิดพื้นฐานของ “สตรีมมิ่ง” ก็คือ การนำเนื้อหา หรือคอนเทนต์ ไปสู่ผู้ชมผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านระบบการสมัครสมาชิก ปลอดจากการโฆษณา

เพื่อให้สมาชิกที่บอกรับบริการดังกล่าวรู้สึก “คุ้มค่า” สิ่งที่ต้องทำก็คือ ค่าบอกรับเป็นสมาชิกต้องไม่แพง และต้องมีคอนเทนต์ที่สด ใหม่ หลากหลาย รับชมได้เพียงที่เดียวเท่านั้น

ยิ่งสมาชิกรู้สึกคุ้มค่ามากเท่าใด การบอกรับเป็นสมาชิกย่อมขยายตัวมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งฐานสมาชิกขยายกว้างมากขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้โอกาสที่จะสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เป็น “ออริจินอล” มีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการบอกรับเป็นสมาชิกมากยิ่งขึ้นไปอีก

เจ้าของไอเดียและผู้ที่ทำให้แนวคิดนี้ปรากฏเป็นจริงขึ้นมา จนกลายเป็นการ “ดิสรัปต์” ทั้งอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์ไปโดยสิ้นเชิงคือ “เน็ตฟลิกซ์” ชื่อที่แทบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการสตรีมมิ่ง ผู้ที่สร้างสรรค์ออริจินอลคอนเทนต์ มากมายเป็นภูเขาเลากา

เน็ตฟลิกซ์ในรูปแบบดั้งเดิม พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 2021 อันเป็นปีที่มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งขึ้นเกินกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์

แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นตามมา จำนวนสมาชิกเริ่มลด รายได้เริ่มหดตัวลง ต้นทุนในการผลิตออริจินอลคอนเทนต์สูงขึ้น คู่แข่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ การขยับขึ้นค่าสมาชิกได้รับการสนองตอบด้วยการยกเลิกการบอกรับมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือสิ่งที่บางคนเรียกว่า “สงครามสตรีมมิ่ง”

เน็ตฟลิกซ์จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงและต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หลายคนเชื่อว่าเน็ตฟลิกซ์จำเป็นต้องพึ่งพาเนื้อหาระดับ “สุดยอด” ที่ผลิตเองด้วยต้นทุนสูงลิ่วมากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

แต่เน็ตฟลิกซ์กลับทำในสิ่งตรงกันข้าม เป็นสิ่งที่แม้จนกระทั่งทุกวันนี้ รี้ด แฮสติงส์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ยังคงยืนกรานไม่เห็นด้วย นั่นคือ การหันเข้าพึ่งพา “โฆษณา”

เน็ตฟลิกซ์นำเสนอแพ็กเกจที่ราคาถูกที่สุด ที่ 6.99 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่ต้องแลกกับการมีโฆษณาเข้ามาให้เห็น ไม่เช่นนั้นสมาชิกก็ต้องเลือกรับชมแพ็กเกจไม่มีโฆษณา ซึ่งที่ราคาถูกที่สุดอยู่ที่ 11.99 ดอลลาร์ ในขณะที่แพ็กเกจมาตรฐาน ราคาอยู่ที่ 15.49 ดอลลาร์ต่อเดือน

ด้วยการหั่นราคาลงมา เน็ตฟลิกซ์ไม่เพียงคาดหวังว่าจะมีรายได้เพิ่มจากการบอกรับสมาชิกเพิ่มเท่านั้น แต่ยังพุ่งเป้าไปที่การแสวงหาแหล่งรายได้ใหม่ นั่นคือรายได้จาก “โฆษณา”

ที่น่าสนใจก็คือ วิธีนี้ได้ผล ในชั่วระยะเวลา 6 เดือนจำนวนผู้บอกรับแพ็กเกจใหม่เพิ่มจากไม่มีเลยเป็น 5 ล้านคน จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น แนวโน้มดีมากเสียจน เน็ตฟลิกซ์กำลังเตรียมแผนยกเลิกแพ็กเกจไม่มีโฆษณาที่ราคาถูกที่สุดไปเลยในอีกไม่ช้าไม่นาน

ควบคู่ไปกับการโฆษณา เน็ตฟลิกซ์เริ่มกวาดล้างการใช้พาสเวิร์ดร่วม ที่เป็นปัญหามาช้านาน แน่นอนการดำเนินการดังกล่าวย่อมก่อปฏิกิริยาต่อต้านจากสมาชิกส่วนหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ในที่สุดการกวาดล้างการใช้พาสเวิร์ดร่วม ก็ทำให้ยอดการบอกรับสมาชิกของเน็ตฟลิกซ์กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เหตุผลส่วนหนึ่งก็คือ เน็ตฟลิกซ์มีแพ็กเกจราคาถูกรองรับ แม้จะต้องแลกกับการมีโฆษณาก็ตามที

สิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่ผู้สันทัดกรณีคาดหมายอีกประการก็คือ เน็ตฟลิกซ์เริ่มลดการผลิตออริจินอลคอนเทนต์ลง หันไปเพิ่มสัดส่วนให้กับการซื้อสิทธิคอนเทนต์จากสตูดิโอต่าง ๆ มานำเสนอให้มากขึ้น ในทางหนึ่ง เน็ตฟลิกซ์สามารถลดต้นทุนแพงระยับในการผลิตลง ในอีกทางหนึ่ง ยังสามารถเฟ้นหาเนื้อหาที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้รับความนิยมมานำเสนอได้ด้วยอีกต่างหาก

เน็ตฟลิกซ์ยัง “ปิดจุดอ่อน” ที่เคยมีมาแต่ไหนแต่ไรของตนเองลง ด้วยการหันไปหาเนื้อหาประเภท “สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์” ซึ่งมีข้อดีก็คือ สมาชิกเฝ้าจดจ่อรอรับชมซ้ำ ๆ ในทุกสัปดาห์ ตัวอย่างล่าสุดในกรณีนี้ก็คือการลงนามในสัญญา 10 ปีมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์กับ “ดับเบิลยูดับเบิลยูอี มันเดย์ ไนต์ รอว์” นั่นเอง

โฆษณามีความสำคัญกับการพลิกโฉมของเน็ตฟลิกซ์อย่างยิ่ง ถึงขนาด เกร็ก ปีเตอร์ส ซีอีโอร่วมยืนยันว่า จะขยายขอบเขตการโฆษณาให้ใหญ่ขึ้น โดยถือเป็น “เรื่องสำคัญสูงสุด” ของบริษัทในเวลานี้ เพื่อขยายแหล่งที่มาของรายได้ให้มากขึ้นนั่นเอง

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เน็ตฟลิกซ์ขยับก้าวไปข้างหน้าเหนือกว่าคู่แข่งในสมรภูมิสตรีมมิ่งได้อีกหลายก้าว ชนิดที่ผู้สันทัดกรณีออกมายอมรับว่า เน็ตฟลิกซ์ยังคงเป็นแชมป์ที่ไร้คู่ต่อกร และเป็นราชาในอาณาจักรสตรีมมิ่ง ชนิดไม่อาจโต้แย้ง

เมื่อถึง 31 ธันวาคม 2023 จำนวนผู้บอกรับสมาชิกเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลกอยู่ที่ 260 ล้านคน มากที่สุดในโลกเท่าที่บริษัทสตรีมมิ่งบริษัทหนึ่ง ๆ จะทำได้

และผู้เชี่ยวชาญเชื่อด้วยว่า เน็ตฟลิกซ์ ยังมีโอกาสที่จะ “เติบโต” ได้อีกมากทั้งในแง่ของสมาชิกและในแง่ของรายได้ในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย