เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเจ้าภาพ ประชุม IMF- World Bank 1991 ที่ถูกยกย่องว่า ปฏิบัติตาม Master Plan ได้ดีที่สุดที่เคยปรากฏ
Finance ไทยเจ้าภาพ ประชุม IMF- World Bank 1991 ที่ถูกยกย่องว่า ปฏิบัติตาม Master Plan ได้ดีที่สุดที่เคยปรากฏ
กบข. ชี้ลงทุนยุคใหม่ซับซ้อนขึ้น กระแส AI ดันเม็ดเงินลงทุน-เดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้สมาชิก
Finance กบข. ชี้ลงทุนยุคใหม่ซับซ้อนขึ้น กระแส AI ดันเม็ดเงินลงทุน-เดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้สมาชิก
บลจ.เอ็กซ์สปริงจับตา ‘เควิน วอร์ช’ เข้มเงินเฟ้อ ส่อขึ้นดอกเบี้ยปลายปี
Finance บลจ.เอ็กซ์สปริงจับตา ‘เควิน วอร์ช’ เข้มเงินเฟ้อ ส่อขึ้นดอกเบี้ยปลายปี
สรุปทอล์ค ‘แบงก์ชาติ Rwanda’ โอนเงินข้ามแดนฉับไว ต้องเริ่มจากเชื่อมระบบในบ้าน
Finance สรุปทอล์ค ‘แบงก์ชาติ Rwanda’ โอนเงินข้ามแดนฉับไว ต้องเริ่มจากเชื่อมระบบในบ้าน
‘อินโนเวสท์ เอกซ์’ จับตาเฟดอุบไต๋ดอกเบี้ย เงินเฟ้อสหรัฐยังสูง-AI พลิกเศรษฐกิจโลก
Finance ‘อินโนเวสท์ เอกซ์’ จับตาเฟดอุบไต๋ดอกเบี้ย เงินเฟ้อสหรัฐยังสูง-AI พลิกเศรษฐกิจโลก
‘อนุทิน’ คุย ‘Fed’ บอกไทยมาถูกทาง-มั่นใจความร่วมมือ เดินหน้าปราบธุรกรรมผิดกฎหมาย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘Fed’ บอกไทยมาถูกทาง-มั่นใจความร่วมมือ เดินหน้าปราบธุรกรรมผิดกฎหมาย
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026”
Business “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026”
บี.กริมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ผ่านเวที“Youth for Change: The Mindful Future Contest”
SD บี.กริมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ผ่านเวที“Youth for Change: The Mindful Future Contest”
อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
Economic เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
ดูทั้งหมด

สนั่น เปิด 4 ปัญหาชู 4 แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐ-เอกชนร่วมมือ จีดีพีโตเกิน 3%

23 ก.พ. 2567 | 15:35น.
สนั่น อังอุบลกุล

สนั่นเผยหอการค้าไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญ 4 ปัญหา พร้อมชู 4 แผนรับมือการเปลี่ยนแปลง หากรัฐบาล-เอกชนร่วมผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยมีโอกาสที่จีดีพีปี 2567 เติบโตเกิน 3% อย่างแน่นอน

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะวางวิสัยทัศน์ของประเทศในระยะยาว และยุทธศาสตร์ที่นำมาเสนอนั้นถือว่ามีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด Connect Competitive Sustainable ของหอการค้าไทย ที่ใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคเอกชน

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเจอความท้าทายที่หลากหลายในปีที่ผ่านมา ทำให้ GDP ในปี 2566 เติบโตได้ไม่เป็นไปตามที่คาดประมาณการไว้ ทั้งเศรษฐกิจโลกผันผวน-เปลี่ยนผ่านรัฐบาลช้ากระทบงบประเทศ-วิกฤตหนี้ครัวเรือน-ดอกเบี้ยสูง-รวมถึงกำลังผลิตหดตัวต่อเนื่อง ทำให้ GDP ทั้งปี 2566 เติบโตเพียง 1.9% แม้ว่าเศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังถือว่าเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับปี 2567 นี้ หากรัฐบาลสามารถดำเนินการผลักดันตามยุทธศาสตร์แต่ละด้าน พร้อมกับเร่งให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีออกมาใช้ได้รวดเร็วในช่วงต้นเดือนเมษายนตามที่ได้แถลงไว้ จะทำให้งบประมาณกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ และเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

ดังนั้น ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับ 4 การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่

1.Geopolitical Change ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความกังวลและความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงผลการเลือกตั้งผู้นำของสหรัฐและหลายประเทศในปีนี้จะมีส่วนทำให้เกิดความผันผวนของนโยบายเศรษฐกิจโลกและกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนรัฐบาลเป็น Team Thailand Plus ในการปลดล็อกส่งเสริมภาคการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น สร้างโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

2.Technology Change ปัจจุบัน AI Technology เข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศทุกมิติ ไทยจึงจำเป็นต้องให้ความจริงจังกับเรื่อง Digital Transformation โดยนำ Digital Technology มาใช้ก้าวข้ามการทำงานรูปแบบเดิม ๆ ที่มีขั้นตอนเยอะ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น พร้อมเสนอให้ภาครัฐยกระดับมาตรการ Talent Immigration Policy เพื่อดึงดูดคนต่างชาติที่เก่งเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในประเทศไทยจะช่วยให้เกิดการสร้างงาน

รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะสมัยใหม่ โดยรัฐบาลควรมีมาตรการ Incentive ที่เหมาะสม เช่น การอำนวยความสะดวกเรื่อง Visa และ Work Permit มาตรการทางภาษี มาตรการพำนักอยู่อาศัยที่เหมาะสม เป็นต้น

3.Population Change ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโครงสร้างประชากรจากแนวโน้มจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนแรงงานภายในประเทศในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น รัฐบาลควรมีนโยบายเพิ่มจำนวนประชากรและพัฒนาประชากรให้มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

4.Climate Change ปัญหาเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบทางตรงต่อประเทศไทย โดยเฉพาะสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการคือการบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาฝุ่นควันอย่างเป็นระบบ ปีนี้ต้องยอมรับว่ายังมีความกังวลต่อปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลต่อผลผลิตภาคเกษตรจากสภาวะเอลนีโญ (El Niño) รวมถึงปัญหา PM 2.5 ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว

ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลจะต้องเตรียมแผนระยะสั้นเพื่อรับมือ และวางมาตรการระยะยาวเพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบวงกว้างในภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว และบริการที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

นอกจากนี้ หอการค้ายังพร้อมจะดำเนินการ 4 แผนเชิงรุก เสริมกับภาครัฐให้เกิดการลงมือทำร่วมกันดังนี้

1.ดูแลอัตราดอกเบี้ยและการสนับสนุนแหล่งเงินทุน ปัจจุบันภาคธุรกิจถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และสถาบันการเงินก็มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ หอการค้าฯ จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลอัตราดอกเบี้ยที่สูงอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระของประชาชนและลดต้นทุนผู้ประกอบการ รวมถึงเสนอให้มีมาตรการใหม่ ๆ ช่วยเหลือ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน (เติมทุน แก้หนี้ และขยายกิจการ)

นอกจากนี้ ในประเด็นหนี้นอกระบบที่ภาครัฐประเมินตัวเลขไว้ประมาณ 5 แสนล้านบาท ส่วนภาคเอกชน (กกร.) ประเมินไว้ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งยังมีจำนวนและความคลาดเคลื่อนกันมากนั้น กกร.อยู่ระหว่างการสำรวจและประเมินตัวเลขหนี้ระบบของประเทศให้ชัดเจน ก่อนนำเสนอตัวเลขให้รัฐบาลได้พิจารณาถึงแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด

2.การสนับสนุนการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ปี 2567 จะเป็นอีกปีที่ภาคการท่องเที่ยวเติบโตโดดเด่น จากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์กว่า 5 ล้านคน โดยคาดการตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีประมาณ 35 ล้านคน และอาจทะลุถึง 38 ล้านคนได้

3.ยกระดับจังหวัดสู่เมืองหลักที่เข้มแข็ง พร้อมการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ หอการค้าและรัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมการผลักดันโครงการพัฒนาเมืองรอง 10 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดนครพนม ศรีสะเกษ แพร่ ลำปาง นครสวรรค์ กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ตรัง และนครศรีธรรมราช ที่ถือเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์ที่หอการค้าและรัฐบาลจะร่วมกันดันเศรษฐกิจในระดับจังหวัดให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

4.การส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ การเร่งเดินหน้าเจรจา FTA เพื่อขยายตลาดการค้า การลงทุน ที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตสูง เช่น ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และอินเดีย เป็นต้น ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบาย FDI อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Tech Company เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ เข้าประเทศ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยและเครือข่ายพร้อมให้การสนับสนุนภาครัฐอย่างเต็มขีดความสามารถ และเชื่อว่าหากภาคเอกชนและภาครัฐผสานการทำงานร่วมกันตามข้อเสนอแนะ ทั้ง 4 แผนรับมือการเปลี่ยนแปลง และ 4 แผนงานเชิงรุก จะยิ่งเป็นกำลังเสริมให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยเติบโตเกิน 3% ได้อย่างแน่นอน