เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

หอการค้าไทย มองเศรษฐกิจไทยปี 2567 โต 3.2% เสนอคุมดอกเบี้ยช่วย SMEs

09 ม.ค. 2567 | 14:34น.
สนั่น อังอุบลกุล

สนั่น อังอุบลกุล

สนั่น เผยหอการค้าไทยคาดจีดีพีไทยในปี 2567 ขยายตัว 3.2% ส่งออกพลิกกลับมาโต 3% แม้สถานการณ์โลกยังมีความขัดแย้ง พร้อมหวังแบงก์ชาติไม่ปรับดอกเบี้ย ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

วันที่ 9 มกราคม 2567 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวไทยคึกคัก ตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ทำให้ภาพรวมตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งปี 2566 ใกล้เคียง 28 ล้านคน ประกอบกับการยกเลิกวีซ่าระหว่างไทย-จีน เชื่อว่าไตรมาส 1 ของปี 2567 การท่องเที่ยวและบริการยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ Easy E-Receipt จะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 4-6 หมื่นล้านบาท และหากโครงการ Digital Wallet สามารถดำเนินการได้จริงตามแผน คาดว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก 1.0-1.5%

ทั้งนี้ หอการค้าไทยหวังว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ของปี 2567 จะสามารถเติบโตได้อย่างน้อย 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่อยู่ในระดับ 2.7% ส่วนไตรมาส 2 ของปี 2567 เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมด้วยหอการค้าจะมีการยกระดับ Event สงกรานต์ให้เป็น Festival ระดับโลก รวมถึงกิจกรรมด้านการส่งเสริม Soft power ไทยตลอดทั้งปี ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ไปสู่เป้าหมาย 35 ล้านคนต่อไป

ส่งออกปี 2567

สำหรับการส่งออก หอการค้าไทยคาดว่าในปี 2567 นี้จะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าสถานการณ์ต่างประเทศทั้ง Geopolitics ความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศที่ยังไม่มีข้อสรุป แต่สินค้าส่งออกหลายประเภทของไทยยังมีโอกาสขยายตลาดได้ เช่น อาหารและผลไม้ ชิ้นส่วนยานยนต์ ยางพารา มันสำปะหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ จากความต้องการของประเทศคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรุกตลาดใหม่ ๆ อย่างตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา ที่เป็นตลาดมีศักยภาพสูง

ส่วนการลงทุนคาดว่าจะมีเข้ามาเพิ่มเป็นจำนวนมาก จากการทำงานเชิงรุกของรัฐบาลในการดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศทั้งด้าน EV พลังงานสะอาด ตลอดจนอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมขั้นสูง โดยการเร่งเจรจา FTA กับหลายประเทศที่ยังอยู่ในกระบวนการหากแล้วเสร็จจะยิ่งสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคในอนาคต

หอการค้าไทย คาดจีดีพีโต 3.2%

ทั้งนี้ หอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 ว่า GDP น่าจะขยายตัวได้ 3.2% (ยังไม่รวมผลของโครงการดิจิทัลวอลเลต) การส่งออกพลิกกลับมาโตได้ที่ 2-3% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ 2% และหนี้ครัวเรือนลดลงมาอยู่ที่ 87.8% ต่อ GDP

พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567

ประเด็นการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาวาระ 1 แล้ว ภาคเอกชนเห็นว่ามีส่วนสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศอย่างมาก ส่วนในระหว่างการรองบประมาณปี 2567 ที่คาดว่าเริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคม

หอการค้าอยากให้รัฐบาลหารือกับรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำงบประมาณลงทุนที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่แล้วเร่งใช้งานไปพลางก่อน ตลอดจนเสนอให้รัฐบาลเร่งจัดทำมาตรการเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากงบประมาณประจำปีประกาศใช้เป็นทางการ รัฐบาลอาจมีเวลาเพียง 5 เดือนเศษในการใช้จ่ายงบประมาณ หอการค้าฯ จึงหวังว่ารัฐบาลจะมีแผนเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่แต่ละพื้นที่และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม

หวังไม่ขึ้นดอกเบี้ย

นายสนั่นกล่าวว่า สถานการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่องในปัจจุบัน ทำให้มีกระแสพูดถึงเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมุมมองวิชาการถือเป็นความพยายามของ ธปท.ในการสกัดเงินเฟ้อที่สูง ตลอดจนรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากในช่วงปีที่แล้ว รวมทั้งเป็นการลดช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐไม่ให้ห่างกันมากจนเกินไป ซึ่งต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบโดยตรงกับต้นทุนกู้ยืมของผู้ประกอบการและประชาชน

ทั้งนี้ หลายฝ่ายยังคงติดตามสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงใด และหวังว่า ธปท. จะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ส่วนกรณีที่ Fed มีการปรับลดดอกเบี้ยลงหลังจากนี้ ธปท. คงจะมีการปรับลดดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยต่อไป ด้านตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่อง 3 เดือน น่าจะมาจากการปรับลดเชิงเทคนิค

ตามนโยบายการลดภาระค่าของชีพด้านพลังงานของภาครัฐทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง แต่ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังมีการปรับขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงพอมีกำลังซื้ออยู่บ้าง โดยเงินเฟ้อทั่วไปปี 2566 อยู่ที่ 1.23%

ขณะที่นโยบายการคลังที่รัฐบาลกำลังดำเนินการทั้ง การยกเว้นวีซ่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว, โครงการ Easy E-Receipt, รวมถึงการผลักดันโครงการ Digital Wallet จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นถึงระดับ 2.0-2.5% ภายใต้กรอบเป้าหมายของกระทรวงการคลัง และ ธปท. ที่ 1-3%

อย่างไรก็ตาม ในมุมของหอการค้าไทยยังเห็นว่าหากธนาคารสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจะช่วยลดภาระประชาชน ลดต้นทุนผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวก จะเป็นส่วนสำคัญในการเร่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในวันพุธ (10 ม.ค.) กกร. คงจะมีการหารือในประเด็นดังกล่าวร่วมกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนั่น อังอุบลกุล หอการค้า