Skip to content

สศค.คงจีดีพีโต 4.2% เบิกจ่ายลงทุนรัฐอืด-ธปท.คลายกังวลบาทแข็ง

30 เม.ย. 2561 | 21:54น.
สศค.คงจีดีพีโต 4.2% เบิกจ่ายลงทุนรัฐอืด-ธปท.คลายกังวลบาทแข็ง

คลังคงเป้าจีดีพีปี 61 โต 4.2% แม้ส่งออก-ท่องเที่ยวดีขึ้น แต่เบิกจ่ายลงทุนรัฐต่ำเป้าฉุด ผู้ว่าการ ธปท. ห่วงเศรษฐกิจชุมชนเปราะบาง แบงก์ชาติเพิ่มวงเงินออกบอนด์ระยะสั้น 5 พันล้านบาทคลายความกังวล “บาทแข็ง”

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า หลังจากผ่านมา 1 ไตรมาส สศค.ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2561 นี้ว่าจะขยายตัวที่ 4.2% โดยประมาณการมูลค่าส่งออกสินค้าขยายตัวได้ดีขึ้นที่ 8% จากเดิมคาดไว้ 6.6% ขณะที่ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการคาดขยายตัวได้ 5.5% เพิ่มจากเดิมที่คาดไว้ 4.6% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น ส่วนการท่องเที่ยวที่ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 39.9 ล้านคน ดีกว่าเดิมที่คาดไว้แค่ 38.2 ล้านคน

อย่างไรก็ดี ได้ปรับลดการบริโภคภาครัฐลงจาก 3.4% เหลือ 3% และปรับลดการลงทุนภาครัฐลงจาก 11.8% เหลือ 8.9% โดยการเบิกจ่ายรายจ่ายภาคสาธารณะคาดว่าจะลดลง จากเดิมที่คาดว่าจะมีเม็ดเงิน 3.74 ล้านล้านบาท เหลือ 3.68 ล้านล้านบาท เนื่องจากรัฐวิสาหกิจปรับแผนการเบิกจ่ายงบฯลงทุน ขณะที่การเบิกจ่ายลงทุนของส่วนราชการยังต่ำกว่าเป้าหมายในไตรมาสแรก แต่การเบิกจ่ายน่าจะดีขึ้นหลังจากนี้ เพราะมีการก่อหนี้ผูกพันไว้ถึง 1.8 แสนล้านบาท

“ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะมาจากเศรษฐกิจภายนอก โดยต้องจับตาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และภาวะสงครามการค้า” นายพรชัยกล่าว

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่ดีและกระจายตัวมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทั้งในภาคส่งออก ท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคเอกชนที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามเศรษฐกิจชุมชนที่การฟื้นตัว ยังมีความเปราะบาง ซึ่งการที่รัฐบาลจัดทำงบฯกลางปี และเร่งเบิกจ่ายการลงทุนลงไปในระดับชุมชน น่าจะทำให้เศรษฐกิจภูมิภาคดีขึ้นในระยะต่อไป

ส่วนผลกระทบจากพันธบัตรสหรัฐมีผลตอบแทนที่ปรับตัวขึ้นในระดับสูงนั้น นายวิรไทกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องต้องกังวล เพราะเป็นสิ่งที่ ธปท.คาดไว้แล้ว ซึ่ง ธปท.ได้เตือนภาคการเงิน ธุรกิจให้ระมัดระวังความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยโลกที่อาจปรับสูงขึ้น โดยยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบต่อระบบการเงินของไทย เพราะสภาพคล่องมีค่อนข้างมาก

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า เดือน พ.ค.นี้ จะเริ่มกลับมาทยอยเพิ่มวงเงินออกพันธบัตรระยะสั้น อายุ 3-6 เดือน แต่ละช่วงอายุเป็น 35,000 ล้านบาท

หลังจากลดวงเงินเหลือ 30,000 บาท จากเดิม 40,000 บาท ตั้งแต่ เม.ย.ปีก่อน เพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาท โดยลดแรงจูงใจนักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้ามาพัก แต่ปัจจุบันธนาคารกลางหลายประเทศปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ความน่าสนใจในพันธบัตรไทยมีความน่าสนใจน้อยลง ทำให้ผลตอบแทน (บอนด์ยีลด์) อยู่ระดับต่ำต่อเนื่อง ซึ่ง ธปท.เกรงจะกระทบการลงทุนและการออมของนักลงทุนในประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน จีดีพี (GDP) สศค.