HTMS Khirirat
รู้จักเรือหลวงคีรีรัฐ รบได้ 3 มิติ ด้านอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ ปมไฟไหม้ เพราะเรือหลวงชลบุรี กลับมาจากซ้อมรบ กระสุนค้างลั่น
วันที่ 14 มีนาคม 2567 จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ เรือหลวงคีรีรัฐ ที่จอดเทียบท่าภายในท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ทหารเรือควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่มีรายงานข่าวว่ามีกำลังพลของเรือที่ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าน่าจะสำลักควันไฟประมาณ 8-10 นาย
โดยมติชนรายงานถึงสาเหตุไฟไหม้เรือหลวงคีรีรัฐ ว่าเกิดจากเรือหลวงชลบุรี ที่ออกไปทำการฝึกกระสุนปืนใหญ่หัวเรือค้างลำกล้องเกิดลั่นใส่เรือหลวง คีรีรัฐ จะทำให้เกิดความเสียหายและไฟไหม้ขึ้น รวมถึงมีคนเจ็บหลายรายถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว
รู้จักเรือหลวงคีรีรัฐ
สำหรับเรือหลวงคีรีรัฐ หมายเลขข้างตัวเรือ 432 เป็นเรือฟริเกต รับใช้กองทัพเรือและประเทศชาติมาถึง 50 ปีแล้ว โดยสังกัดกองเรือฟริเกตที่ 1 หมวดเรือที่ 1 กองเรือยุทธการ เป็นเรือที่มีความสามารถในการรบทั้ง 3 มิติ ทางด้านอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำได้เป็นอย่างดี
ในปี พ.ศ. 2512 กองทัพเรือไทยได้สั่งต่อเรือจาก บริษัท Norfolk Shipbuilding & Drydock Corporration ประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 1 ลำ คือเรือหลวงตาปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 กองทัพเรือไทยได้สั่งต่อเพิ่มอีก 1 ลำ คือ เรือหลวงคีรีรัฐ วางกระดูกงูเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2517 มีระวางขับน้ำเต็มที่ 1,138 ตัน
เป็นเรือประเภทเรือฟริเกตตรวจการณ์ (Patrol Frigate) มีอาวุธประจำเรือ ประกอบด้วย ปืนใหญ่เรือ OTO Melara 76/62 Compact ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์, ปืนใหญ่กล Breda/Bofors Type 107 ขนาด 40 มม./70 คาลิเบอร์, ปืนใหญ่กล Rheinmetall Mk 20 DM6 ขนาด 20 มม./85 คาลิเบอร์, ปืนกล U.S. Ordnance M2HB ขนาด 12.7 มม., แท่นตอร์ปิโด Raytheon Mk 44, รางปล่อยระเบิดลึก Mk 9 สำหรับระเบิดลึก Mk 6 และ Mk 9
ภารกิจ
ภารกิจของเรือหลวงคีรีรัฐมีความสำคัญมากมาย ได้แก่ การลาดตระเวน และรักษาความปลอดภัยในไทย และการสนับสนุนภารกิจพิเศษของกองทัพเรือ