เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
Finance เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
BCP-VGI-MFC กอดคอร่วง! ท่ามกลางข่าวอายัดหุ้น ฟาก ก.ล.ต.ยัน 3 บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับคดี
Finance BCP-VGI-MFC กอดคอร่วง! ท่ามกลางข่าวอายัดหุ้น ฟาก ก.ล.ต.ยัน 3 บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับคดี
ครม.ไฟเขียวงบฯเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
Politics ครม.ไฟเขียวงบฯเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
Biz Movement JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
Finance ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย’
Politics ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย’
วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
Biz Movement วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
Finance กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
ดูทั้งหมด

“โกลเด้นคอสเมติก” ตราด แชมพูปิดผมขาวรุกตลาดฮาลาล

20 มี.ค. 2567 | 11:46น.
Dr. Atthaphon.a
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) จำนวนมาก และไทยเป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับ 10 ของโลก ทุกวันนี้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ความงามที่เปลี่ยนแปลงไป พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ ดร.นพ.อัฐพล อรุณวุฒิพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น คอสเมติก จำกัด จ.ตราด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอสเมติกหลากหลายภายใต้ 4 แบรนด์ “โคไซตี้ (KOCIETY) เกาเหลียน (KOREAN) โอนลี่ (ONLY) และคัลเลอร์คิวท์ (COLORCUTE) ถึงโอกาสในการขยายตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ รวมถึงการเปิดตลาดมุสลิม ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของโลก

ชู 4 แบรนด์แยกตลาดชัดเจน

ดร.นพ.อัฐพลบอกว่า ที่ผ่านมาบริษัททำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลายชนิดจำหน่ายทั้งตลาดภายในประเทศ และส่งออกตลาดเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา และล่าสุดอินโดนีเซีย สัดส่วนตลาดต่างประเทศ 80% ตลาดภายในประเทศ 20% แต่ละแบรนด์จะแบ่งกลุ่มลูกค้า ตลาดจำหน่ายชัดเจน แบรนด์โคไซตี้ KOCIETY เป็นสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) กลุ่มลูกค้าเป้าหมายผู้หญิงอายุ 18-35 ปี วางขายในโมเดิร์นเทรด เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และส่งออกกัมพูชา

Golden Cosmetics

มีชนิดสินค้าประมาณ 50 SKU, แบรนด์เกาเหลียน KOREAN สินค้าครีมบำรุงผิวหน้า กลุ่มลูกค้าเป็นผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่งออกเวียดนามเป็นหลัก มีชนิดสินค้าในแบรนด์นี้ 4 SKU แบรนด์โอนลี่ ONLY ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้า กลุ่มลูกค้าผู้หญิงอายุ 18-60 ปี ส่งออกไปกัมพูชา ชนิดสินค้ามี 2 SKU และแบรนด์คัลเลอร์คิวท์ COLORCUTE ผลิตภัณฑ์ปิดผมขาว โปรดักต์แชมเปี้ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ชาย-หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป วางขายในโมเดิร์นเทรด เทสโก้โลตัส บิ๊กซี และส่งออกเวียดนาม และล่าสุดส่งออกไปอินโดนีเซีย ชนิดสินค้าในแบรนด์นี้มี 4 SKU

อินโดฯ OEM แชมพูปิดผมขาว

ตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่เป็นลูกค้ารายใหม่ มีการแข่งขันกันสูง โดยมีผู้ประกอบการไทย จีน เกาหลีเข้าไปทำตลาดอยู่แล้ว สินค้าจีนเน้นการทำตลาดเรื่องราคาไม่ใช่คุณภาพ ส่วนเกาหลีสินค้าคุณภาพดีเน้นกลุ่มพรีเมี่ยมราคาแพง สินค้าไทยมีข้อดี คุณภาพดีและราคาไม่แพงมากอยู่ระหว่างกึ่งกลางสินค้า จีน-เกาหลี และสินค้าไทยสร้างการรับรู้เรื่องคุณภาพจากการจัดงานแฟร์ในตลาดอาเซียนบ่อย ๆ สินค้าโปรดักต์แชมเปี้ยน ผลิตภัณฑ์ปิดผมขาวแบรนด์คัลเลอร์คิวท์ มีอัตราการเติบโตสูงกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รับทำ OEM Haircolor ประมาณ 50-60%

ล่าสุดปลายปี 2566 ลูกค้าอินโดนีเซียสั่ง OEM สินค้าแชมพูปิดผมขาว (Color Cosmetics) มี 4 ชนิด คือ แชมพูปิดผมขาวสำหรับผู้หญิง-ผู้ชาย สีดำ-สีน้ำตาล บริษัทชูจุดเด่นสินค้าที่มีส่วนผสมจากน้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) จากธรรมชาติที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว มีความปลอดภัยกับเส้นผม ใช้เวลาพัฒนาสูตร 6-7 เดือนกว่าให้ลูกค้านำไปทดลองใช้และตอบรับ ทดลองส่งให้กับลูกค้าอินโดนีเซียลอตแรกไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 และมีการทำสัญญาซื้อ 3 ปี ตามเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างน้อยปีละ 4 ตู้ คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 5,760,000 บาท

Golden Cosmetics

“ตอนส่งสินค้าไปทดลองตลาดตู้แรกมีปัญหาการตรวจรับสินค้าตามมาตรฐานฮาลาล (Halal) ของอินโดนีเซีย ซึ่งต่างจากมาตรฐานของไทย รัฐบาลอินโดนีเซียจะประกาศใช้มาตรฐาน ตามพระราชบัญญัติการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล ปี 2569 ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ระหว่างนี้ยังผ่อนปรนให้ใช้ตามมาตรฐานเดิมที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2557 คาดว่าจะสามารถปรับมาตรฐานฮาลาลใหม่ตามที่รัฐบาลอินโดนีเซียจะประกาศใช้ ได้ก่อนกำหนด

ซึ่งลูกค้าอินโดนีเซียพยายามจะดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน โดยลูกค้าอินโดนีเซียได้มาให้คำแนะนำ อบรมบุคลากร พนักงานแต่ละฝ่าย การใช้วัตถุดิบ เครื่องมือ โซนสถานที่ที่ผลิตสินค้าฮาลาล ที่ต้องแยกเฉพาะออกมา การจัดทำเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ซึ่งจะต้องยื่นเอกสารทั้งหมดให้หน่วยงานภาครัฐประเมินรับรองมาตรฐานฮาลาล ก่อนที่จะมีการตรวจประเมินสถานที่ผลิต จึงจะได้รับการรับรองมาตรฐาน”

นอกจากนี้ ลูกค้าอินโดนีเซียมีออร์เดอร์ OEM สินค้าชิ้นต่อไป คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) ครีมบำรุง และมาส์กหน้า โจทย์ที่ได้รับมาคือต้องพัฒนาให้มาตรฐานเทียบเท่าสินค้าแบรนด์ดังของประเทศฝรั่งเศส ตอนนี้อยู่ระหว่างคุยกันด้านปริมาณการผลิต ราคา และต้องมีการพัฒนาสูตร ทดลอง เก็บข้อมูล มาปรับปรุง น่าจะใช้เวลา 1-2 ปี ถ้าโปรเจ็กต์สินค้านี้สำเร็จจะทำให้ยอดขายเติบโต 2-3 หลักทีเดียว

บุกตลาดเครื่องสำอางฮาลาล

ดร.นพ.อัฐพลกล่าวว่า ตลาดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่งออกโดยตรง 60% และการผลิต OEM ส่งออก 20% และตลาดภายในประเทศ 20% ทั้งนี้ ช่วงปี 2565-2566 ยอดขายสินค้า มูลค่า 30 ล้านบาท อัตราการเติบโตเท่าเดิม เพราะยอดส่งออกเวียดนามลดลงไป 10% และยอดส่งตัวแทนส่งออก ลาว กัมพูชาลดลง

แต่ได้ตัวเลข OEM ของอินโดนีเซียมาเพิ่มยอดได้ช่วงปลายปี 2566 ซึ่งข้อดีการทำ OEM ไม่ต้องทำตลาดเองและไม่ยุ่งยาก แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นเรื่องกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจริง ๆ ปี 2567 อัตราการเติบโต คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 20% จากยอดขาย OEM ไปอินโดนีเซียที่ทำสัญญาไว้ อย่างไรก็ตามปี 2567 และปี 2568 จะมุ่งเน้นทำตลาดเครื่องสำอางในกลุ่มฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่

Golden Cosmetics

อินโดนีเซียเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจมาก ประชากรอินโดนีเซียมี 270-280 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลาม 90% เป็นตลาดค่อนข้างใหญ่มีศักยภาพ ประชากรมีกำลังซื้อ GDP ของอินโดนีเซียเติบโต 5-6% ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน เทียบกับ GDP ของไทยโต 2-3% และถ้ามองตลาดฮาลาลในโลกมุสลิมมีประชากรกว่า 2,000 ล้านคน

เฉพาะอินโดนีเซียเพียงแค่ 10% ยังมีมาเลเซีย และตะวันออกกลาง มีช่องว่างจะทำตลาดได้อีกมาก เพราะมีคู่แข่งน้อย แต่ต้องพัฒนามาตรฐานฮาลาลให้เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศลูกค้า หากรัฐบาลมีแผนพัฒนาส่งเสริมผลิตภัณฑ์ฮาลาล สร้างการรับรู้ ไทยจะเป็นฮับเครื่องสำอาง โอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะทำตลาดมุสลิมที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ได้ก่อน

“ปี 2567-2568 ยังโฟกัสเครื่องสำอางฮาลาล แต่ตลาดภายในประเทศได้พัฒนาโปรดักต์สินค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อทำตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ปีนี้ คือ ครีมเปลี่ยนสีผมเป็นสีแฟชั่นกำลังพัฒนาสูตร ทำ OEM ให้ลูกค้ารายหนึ่งที่ตกลงซื้อขายกันแล้ว และกลางปีนี้ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้า Skincare มาส์กหน้ากัญชง แบรนด์ Kociety จะออกวางตลาด ที่ผ่านมามาส์กหน้าตลาดตอบรับดีอยู่แล้ว

และตัวนี้มีการพัฒนาและบรรจุภัณฑ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องออกวางตลาด จริง ๆ ทำมาตั้งแต่ตอนตลาดกำลังบูม ช่วงพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ตอนนี้กระแสตลาดเปลี่ยนไปมาก พ.ร.บ.กัญชงกัญชาของประเทศไทยยังไม่ออกมา ผู้ประกอบการที่ทำสินค้ากลุ่มนี้ชะลอดูเรื่องกฎหมายอยู่ จากนั้นต้องรอดูกระแสตอบรับ มาส์กหน้ากัญชง เป้าหมายเน้นขายในเมืองไทยและในอาเซียน แต่การส่งต่างประเทศยังมีข้อจำกัดของกฎหมาย และอย่างอินโดนีเซียเป็นข้อจำกัดทางศาสนาไม่ผ่านมาตรฐานฮาลาล”