เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชวนอ่านเกมโลก ‘The Future of Thailand : Next Move’
Biz Movement พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชวนอ่านเกมโลก ‘The Future of Thailand : Next Move’
“ไทยแอร์เอเชีย” เพิ่มเที่ยวบินเข้า-ออกอุดรธานี รับมหกรรมพืชสวนโลก พร้อมลดสูงสุด 30%
Business “ไทยแอร์เอเชีย” เพิ่มเที่ยวบินเข้า-ออกอุดรธานี รับมหกรรมพืชสวนโลก พร้อมลดสูงสุด 30%
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
ธปท. ชง ‘Bangkok Blueprint’ 5 เสาหลัก สกัดภัยการเงิน-ภัยไซเบอร์ หนุนทั่วโลกนำไปปรับใช้
Finance ธปท. ชง ‘Bangkok Blueprint’ 5 เสาหลัก สกัดภัยการเงิน-ภัยไซเบอร์ หนุนทั่วโลกนำไปปรับใช้
“เฮอริเทจ เชียงราย” เปิดแพ็กเกจรับลมหนาว “Stay Longer, Feel Better” เริ่ม 7 คืน 12,600 บาท
Business “เฮอริเทจ เชียงราย” เปิดแพ็กเกจรับลมหนาว “Stay Longer, Feel Better” เริ่ม 7 คืน 12,600 บาท
โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย คว้า 1 Michelin Key ประจำปี 2026
News โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย คว้า 1 Michelin Key ประจำปี 2026
“Lost & F1ower” นิทรรศการฮีลใจจากมูลนิธิไทยคม ได้รางวัลออกแบบยอดเยี่ยม
Biz Movement “Lost & F1ower” นิทรรศการฮีลใจจากมูลนิธิไทยคม ได้รางวัลออกแบบยอดเยี่ยม
ครม.อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.เวรคืนที่ 4 จังหวัด ลุย ‘รถไฟความเร็วสูง’ ระยะ 2 วงเงิน 2.5 แสนล้าน
Politics ครม.อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.เวรคืนที่ 4 จังหวัด ลุย ‘รถไฟความเร็วสูง’ ระยะ 2 วงเงิน 2.5 แสนล้าน
นายกฯ กำชับเร่งจ่ายเยียวยา ไม่ต้องรอน้ำลด ขอบคุณทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชน
Politics นายกฯ กำชับเร่งจ่ายเยียวยา ไม่ต้องรอน้ำลด ขอบคุณทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชน
แพร-อนัญญา เปิดมิติใหม่ของอาหารเพื่อสุขภาพ ‘LifeBar’ สลัดกระป๋องพร้อมทาน
Biz Movement แพร-อนัญญา เปิดมิติใหม่ของอาหารเพื่อสุขภาพ ‘LifeBar’ สลัดกระป๋องพร้อมทาน
ดูทั้งหมด

ดิจิทัลวอลเลต พลิกหลายตลบ

11 เม.ย. 2567 | 08:00น.
ดิจิทัลวอลเลต
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ

นโยบายเรือธง แจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท กว่าจะมาลงเอยที่การใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ออกกฎหมายกู้เงิน ต้องพลิกตะแคงอยู่หลายตลบ

นับแต่วันที่ 11 กันยายน 2566 รัฐบาลเศรษฐา นับ 1 ทำงานอย่างเป็นทางการ นับจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ประกาศนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการกระตุ้นการใช้จ่ายด้วยนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เพื่อกระตุกเศรษฐกิจให้ตื่น โดยพิจารณาใช้จ่ายจากเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ ทั้งในส่วนของเงินกู้ และการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน

ท่ามกลางความกังขาว่ารัฐบาลจะหาเงินจากไหน 5 แสนล้านมาดำเนินนโยบาย วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 คณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเลตชุดใหญ่มีมติใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเลต 5 แสนล้านบาท

รัฐบาลมีแผนตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายคืนเงินกู้ตลอดระยะเวลา 4 ปี

และ 1 แสนล้านบาทจะใช้ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-curve)

ทว่าในการประชุมวันดังกล่าว ได้มีข้อทักท้วงจากธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐบาลจึงต้องสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ช่วยพิจารณา “ข้อกฎหมาย” ว่ารัฐบาลจะออกกฎหมายเพื่อเป็น “ใบเบิกทาง” สำหรับการกู้เงิน 5 แสนล้านนั้น ทำได้-ไม่ได้ อีกด้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ผสมโรงตั้งคณะอนุกรรมการให้ความเห็น

16 มกราคม 2567 ป.ป.ช.เตรียมส่งหนังสือทักท้วงโครงการดิจิทัลวอลเลตมาถึงรัฐบาล โดยเฉพาะการ “กู้เงิน 5 แสนล้าน” และโครงการดังกล่าวอาจเข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย

รัฐบาลจึงรอจนกระทั่งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ผ่านการเห็นชอบของสภา จึงพลิกกลับมาประกาศยกเลิกการกู้เงิน แต่กลับมาใช้งบฯแผ่นดินแทน

เบื้องหลังฝุ่นตลบโครงการดิจิทัลวอลเลต คนวงในรัฐบาลเล่าให้ฟังว่า รัฐบาลเข้ามาในจังหวะที่ไม่มีงบประมาณให้ใช้

เนื่องจากกฎหมายงบประมาณปี’67 ออกมาล่าช้า หากใช้ช่องทางอื่น กลไกฝั่งราชการกังวลว่าจะมีปัญหาขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลัง

ดังนั้น จึงมีข้อสรุปในตอนแรกว่าจะใช้ พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้าน แต่ออกโดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร

แต่เมื่อกฎหมายงบประมาณผ่านการเห็นชอบของสภาแล้ว จึงวกกลับมาสูตรเดิม คือใช้เงินจากงบประมาณรายจ่าย แม้จะมีการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังแน่นอน

และแล้ว 10 เมษายน รัฐบาลเปลือยไส้ในนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท หลังจากพลิกมาหลายตลบ