เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
ดูทั้งหมด

เปิดลิสต์ 5 กลุ่มสินค้าจีนที่ทะลักเข้าไทย ชี้เครื่องใช้ไฟฟ้านำโด่ง

24 เม.ย. 2567 | 16:51น.
เครื่องใช้ไฟฟ้า

MI GROUP เผย 5 กลุ่มสินค้าจากจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดในไทยมากที่สุด อันดับ 1 ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีสัดส่วนมูลค่าถึง 43.3%

วันที่ 24 เมษายน 2567 นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI GROUP เปิดเผยว่า สำหรับความท้าทายใหญ่ของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย ในปัจจุบันก็คือสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ซบเซา อีกทั้งยังซ้ำเติมด้วยสินค้าทะลักจากจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งขันโดยตรงคนสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยต้นทุนการผลิต การได้สิทธิพิเศษทางภาษี และ Free Zone Warehouse ทำให้ได้เปรียบสินค้าไทยหลายช่วงตัว

ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ว่า ในปี 2023 มูลค่าการนำเข้าสินค้าจีนอยู่ที่ 4.7 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 41% ของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดของไทย ในขณะที่ค้าปลีกไทยมีมูลค่าโดยรวม 4 ล้านล้านบาท

5 กลุ่มสินค้าทะลักจากจีน

  • อันดับ 1 เครื่องใช้ไฟฟ้า สัดส่วนมูลค่า 43.3%
  • อันดับ 2 ผักผลไม้สดและปรุงแต่ง สัดส่วนมูลค่า 10.0%
  • อันดับ 3 เสื้อผ้าและรองเท้า สัดส่วนมูลค่า 9.3%
  • อันดับ 4 เครื่องใช้ในบ้านและของตกแต่ง 9.1%
  • อันดับ 5 ของใช้ในครัวและโต๊ะอาหาร 9.0%

โดยจากสัดส่วนตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคและเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในหมวดแฟชั่น เครื่องแต่งกายและเฟอร์นิเจอร์ ที่ทุกวันนี้มีอัตราการผลิตในโรงงานเพียงไม่ถึง 50% ของกำลังการผลิต ยิ่งซ้ำเติมในด้านต้นทุนที่ไม่สามารถแข่งขันได้ และในระยะยาว ธุรกิจอาจไปต่อไม่ได้

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาในหลายด้าน เช่น การเพิ่มคุณภาพสินค้า การสร้างแบรนด์และการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทย

นายภวัตกล่าวต่อว่า แต่ถ้าหากมองมุมกลับกัน ตลาดจีนมีขนาดผู้บริโภคที่มหาศาล หรือมากกว่าไทยเกือบ 20 เท่าตัว เป็นโอกาสใหญ่สำหรับสินค้าไทย เช่น ผลิตภัณฑ์เกษตร, เครื่องสำอาง และแฟชั่น จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปิดประตูสู่หนึ่งในประเทศที่มีอุปสงค์การบริโภคสินค้าใหญ่ที่สุดในโลก เพียงแต่ต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคจีน และต้องปรับคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานการนำเข้าของจีน

อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดในจีนสำหรับผู้ประกอบการไทยนั้น จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่ตรงกับกฎหมาย วัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้บริโภคจีน เช่น ควรใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นิยมในจีน เช่น WeChat และ Douyin หรือจะร่วมมือกับ KOLs และ Influencers และอาจต้องปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมจีน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและการรับรู้แบรนด์

และสุดท้ายนี้ จากสภาพการแข่งขันในประเทศที่ดุเดือด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำการตลาดในยุค Marketing 6.0 จึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีชุดความคิดที่ยืดหยุ่นและไม่หยุดนิ่งในการเรียนรู้ เพื่อที่จะปรับตัวอย่างปราดเปรียวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเข้าใจบริบทและตระหนักถึงตัวตนของแบรนด์ของตนเองอย่างลึกซึ้งที่สุด