เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสัปดาห์นี้

13 พ.ค. 2567 | 19:02น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสัปดาห์นี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง ไม่ควรลดดอกเบี้ยปีนี้

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/5) ที่ระดับ 36.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 36.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 67.4 ในเดือน พ.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 76.0 จากระดับ 77.2 ในเดือน เม.ย. ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.5% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 3.2% นอกจากนี้ ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.1% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 3.0%

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง ไม่ควรลดดอกเบี้ยปีนี้ ทางด้านนางมิเชล โบว์แมน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่า เอไม่คิดว่าจะเป็นการเหมาะสมที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ ซึ่งได้บ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงในช่วงหลายเดือนแรกของปีนี้

ทางด้านนายออสแตน กูลสบี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวในงานอีเวนตที่จัดโดยสมาคมเศรษฐกิจแห่งมินนิโซตาเมื่อวันศุกร์ (10/5) ว่าไม่เห็นหลักฐานมากนักที่บ่งบอกว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงลังเลที่จะระบุว่า เฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเมื่อใด

ทางด้านนางลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัสกล่าวสุนทรพจน์ที่นิวออร์ลีนส์ในวันศุกร์ (105) ว่ายังคงเร็วเกินไปที่เฟดจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเงินเฟ้อที่ถูกเปิดเผยในปีนี้ โดยในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.75-36.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/5) ที่ระดับ 1.0768/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 1.0765/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยตลาดรอจับตา รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน ในไตรมาสแรกของปีนี้

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ของยูโรโซน ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก 20 ประเทศ จะขยายตัวที่ระดับ 0.7% ในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 0.5% และคาดการณ์ว่า GDP ของเยอรมนีจะขยายตัว 0.2% ซึ่งสูงกว่าระดับที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโตเพียง 0.1%

พร้อมกับจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าของ ECB ซึ่งนักลงทุนคาดว่า ECB มีโอกาสจะเริ่มทยอยลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. โดยได้รับแรงกดดันจากทางธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี

แต่ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อลง โดยส่งสัญญาณว่า BOE อาจลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0767-1.0792 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0786/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/5) ที่ระดับ 155.87/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 155.72/76 รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันศุกร์ (10/5) การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นในเดือน มี.ค.ลดลง 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ซึ่งปรับตัวน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่คาดการณ์ว่าจะลดลง 2.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือน มี.ค. ซึ่งตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.3% ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านการอุปโภคบริโภคโดยเฉลี่ยรายเดือนอยู่ที่ 318,713 เยน (ประมาณ 2,049.23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนีเดือน เม.ย. (14/5), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐเดือน เม.ย. (14/5), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ เดือน เม.ย. (15/5), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐ เดือน เม.ย. (15/5), ดัชนียอดขายปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐเดือน เม.ย. (15/5), ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) ของสหรัฐ เดือน เม.ย. (15/5),

ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นเดือน เม.ย. (16/5), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) ของสหรัฐ (16/5), ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือน พ.ค. (16/5), ราคานำเข้าและส่งออกของสหรัฐเดือน เม.ย. (16/5), การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ เดือน เม.ย. (16/5),

ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน เม.ย.จาก Conference Board (16/5), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเดือน เม.ย. (17/5), ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือน เม.ย. (17/5), ยอดค้าปลีกของจีนเดือน เม.ย. (17/5), ยอดค้าปลีกของจีนเดือน เม.ย. (17/5) และอัตราว่างงานของจีนเดือน เม.ย. (17/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.00/-9.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.00/-5.95 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ