เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 จุดประกาย นายหน้าอสังหาฯ มืออาชีพ
Uncategorized LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 จุดประกาย นายหน้าอสังหาฯ มืออาชีพ
TikTok เพิ่มเครื่องมือปกป้องแบรนด์ ครอบคลุมการลงโฆษณา-ตรวจจับสินค้าปลอม
Tech TikTok เพิ่มเครื่องมือปกป้องแบรนด์ ครอบคลุมการลงโฆษณา-ตรวจจับสินค้าปลอม
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
Krungthai COMPASS คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี’70
Finance Krungthai COMPASS คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี’70
‘แสนสิริ’ กวาดยอดขายมหกรรมบ้านกว่า 1,500 ล้าน เรียลดีมานด์เชื่อมั่นแบรนด์ รุกต่อโค้งท้าย ‘คุ้มเกินคาด พลาดได้ไง’
Real Estate ‘แสนสิริ’ กวาดยอดขายมหกรรมบ้านกว่า 1,500 ล้าน เรียลดีมานด์เชื่อมั่นแบรนด์ รุกต่อโค้งท้าย ‘คุ้มเกินคาด พลาดได้ไง’
ปิดฉากยื้อดีล ‘รอยัล ออคิดฯ’ GROREIT เซ็นขาย 5.3 พันล้าน รับมัดจำ 100 ล้าน
Finance ปิดฉากยื้อดีล ‘รอยัล ออคิดฯ’ GROREIT เซ็นขาย 5.3 พันล้าน รับมัดจำ 100 ล้าน
ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป แต่งตั้ง ‘พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา’ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหาร
Business ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป แต่งตั้ง ‘พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา’ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหาร
SC โชว์กวาดยอดขายงานมหกรรมบ้านทะลุ 1,100 ล้าน ปิด 2 โครงการบ้านหรู
Real Estate SC โชว์กวาดยอดขายงานมหกรรมบ้านทะลุ 1,100 ล้าน ปิด 2 โครงการบ้านหรู
กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐ
ซูซูกิ ขยายเวลา ให้ส่วนลด 110,000 บาท หลัง SUZUKI FRONX กระแสแรงเกินคาด
Automotive ซูซูกิ ขยายเวลา ให้ส่วนลด 110,000 บาท หลัง SUZUKI FRONX กระแสแรงเกินคาด
ดูทั้งหมด

ครม.ไฟเขียวงบฯกลางปี’67 เพิ่ม 1.22 แสนล้าน แจกเงินดิจิทัล 10,000

21 พ.ค. 2567 | 13:21น.
เงินดิจิทัล 10,000 บาท

ครม.ไฟเขียว หลักการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 “พิชัย” เตรียมยื่น ครม. 28 พ.ค. เพิ่มสูงสุด 1.22 แสนล้านบาท แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 (งบฯกลางปี’67) และปฏิทินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายงบฯกลางปี 2567

เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการเดินหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยเร็วที่สุด เพื่อปรับกรอบการคลังระยะปานกลางใหม่ และนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันที่ 28 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ มติ ครม.ได้มอบหมายว่าในการทำโครงการดิจิทัลวอลเลต 5 แสนล้าน ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณไปดูความเหมาะสมของแหล่งเงิน ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้หารือกันแล้ว โดยรัฐบาลมีทางเลือกที่จะใช้งบฯกลาง หรืออาจจะใช้ในเรื่องของการโอนงบประมาณซึ่งทำให้เรื่องอื่น ๆ ล่าช้าออกไป ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ และไม่ได้เป็นทางเลือกที่ดี

“การทำเรื่องนี้ เชื่อว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ หลังจากได้รับทราบภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2567 ขยายตัวอยู่ที่ 1.5% ซึ่งโตต่ำกว่าที่คิดไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลก็ยังต้องหาทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ระบุวงเงินที่จะขอเพิ่มได้ชัดเจน แต่ตัวเลข 1.22 แสนล้านบาท เป็นวงเงินที่สูงสุดที่จะเป็นไปได้ตามกฎหมายตอนนี้

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต เคยมีแนวทางที่จะใช้แหล่งเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลตไว้ 3 แหล่ง คือ แนวทางแรก พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2567 แนวทางที่สอง การปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นหรืองบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หรือการใช้งบฯกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

และแนวทางที่สาม ขยายกรอบวงเงินมาตรา 28 ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง โดยใน 3 แหล่งเงินนี้ รัฐบาลได้ตัดแหล่งเงินในส่วนของการ พ.ร.บ.โอนงบประมาณออกไป เพราะการโอนงบประมาณจะทำให้เกิดการชะลอตัวในการใช้จ่าย งบประมาณจะถูกแช่แข็งไว้ 2 เดือน

ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่จะต้องการกระตุ้น จึงตัดทางเลือกนี้ไป ดังนั้นโครงการนี้จะเหลือทางสองทาง คือ ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบฯกลาง และขยายกรอบวงเงินมาตรา 28 ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

“วันนี้ยังไม่ได้มีการหารือถึงกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม 2567 ว่าจะเพิ่มขึ้นไปเท่าใด แต่สองทางเลือกที่เหลือนี้จะจัดทำงบฯกลางและการจัดทำ พ.ร.บ.งบฯ เพิ่มเติมกลางปี ซึ่งทั้งสองส่วนนี้รวมกันจะต้องได้ 1.75 แสนล้านบาท ตามที่เราคุยกันไว้ ดังนั้นในส่วนของกรอบวงเงินของทั้งสองส่วนจะต้องมีการหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐช่วงปลายสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอ ครม.พิจารณา 28 พ.ค. 67” นายเผ่าภูมิกล่าว

ขณะที่ นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ตามปกติหากรัฐบาลจะทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติมจะต้องมีรายได้เข้ามาเพิ่มอีกส่วน โดยตั้งแต่ปี 2552 มีการทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 6 ครั้ง แต่ต้องไปดูว่าการทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติมจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย การจะทำโครงการดิจิทัลวอลเลตตามมติของคณะรัฐมนตรี ต้องดูทุกวิธี ซึ่งสิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกก็คือ การทำ พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม

ส่วน ที่ไม่ทำเป็น พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เพราะจะเกิดปัญหา จะทำให้ งบประมาณปี’67 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน มีระยะเวลาการใช้จ่ายเพียง 5-6 เดือนเท่านั้น หากเลือกใช้วิธีนี้ จะทำให้ทุกหน่วยงานต้องหยุดการเบิกจ่ายงบประมาณ จะเกิดปัญหาเม็ดเงินที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจดังนั้นการเลือกวิธีนี้ในช่วงเวลานี้จึงไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่าการทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติม จะต้องทำงบประมาณขาดทุนเพิ่มหรือไม่ ระบุว่า ขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังจะต้องจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งจะมีการประชุมเกิดขึ้นในเร็ว ๆ