เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
Economic ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
Real Estate เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้านตร.ม. ในปี’72
Real Estate SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้านตร.ม. ในปี’72
เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
Economic เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
Interview คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
Finance ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
Automotive Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
ดูทั้งหมด

เงินบาทฟื้นตัว! จับตาสัญญาณนโยบายการเงินของกนง.สัปดาห์หน้า

12 พ.ค. 2561 | 10:45น.
ค่าเงินบาท ธุรกิจแลกเงิน

“เงินบาทฟื้นตัวได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังอ่อนค่ากว่าระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทปรับตัวทะลุแนว 32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือนที่ 32.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ จากกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงติดลบลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายทำกำไร หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ในวันศุกร์ (11 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.85 เทียบกับ 31.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 พ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.75-32.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศ น่าจะอยู่ที่สัญญาณนโยบายการเงินของกนง. (16 พ.ค.) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีภาวะธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์กและเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ค. ยอดค้าปลีก ยอดการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนมี.ค. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และความคืบหน้าของการเจรจาด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน แม้ในช่วงปลายสัปดาห์ จะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,765.93 จุด ลดลง 0.78% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ปรับลดลง 2.35% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 53,407.10 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 479.03 จุด ลดลง 1.93% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันเกือบตลอดสัปดาห์ ทั้งจากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ต่อเนื่องจนถึงกลางสัปดาห์ และปัจจัยกดดันเพิ่มเติม จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มสื่อสาร อย่างไรก็ดี ดัชนี SET สามารถฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ตามแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบัน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,750 และ 1,740 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,775 และ 1,785 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดระดับสูง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. และดัชนีการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2561 ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่น และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของจีน