Skip to content

วิษณุ เปิดใจปัญหาที่บ้าน โรคไต โรคตา รับเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ

30 พ.ค. 2567 | 14:06น.
วิษณุ เปิดใจปัญหาที่บ้าน โรคไต โรคตา รับเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ

วิษณุ เครืองาม เปิดใจล่าสุด “เศรษฐา” โทร.ปรึกษาจากอิตาลี ขอให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ใจ​ ย่อมรู้แก่ตัวเอง

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่เนติบัณฑิตยสภา นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก หลังตกเป็นข่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ว่า “ไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่าที่นายกฯ พูดไปก่อนหน้านี้”

“แต่จะเล่าเหตุการณ์​ให้ฟังว่า นายกฯ ได้เดินทางมาพบเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา โดยบอกให้ช่วยเป็นรองนายกฯ แต่ผมได้ชี้แจง 3 เหตุผล ในการปฏิเสธ คือ 1.เรื่องสุขภาพ ที่เป็นทั้งโรคไต และโรคตา เปิดพุงให้นายกฯ ดูด้วย 2.ในช่วงเวลา 10 เดือนที่พ้นจากตำแหน่งได้รับงานอื่นไว้จำนวนมาก หากต้องลาออกงานก็จะเสียงาน 3.มีปัญหาที่บ้านต้องจัดการหลายอย่าง”

นายวิษณุเล่าว่า “นายกฯ จึงเสนอให้เป็นที่ปรึกษานายกฯ จึงตอบว่า ไม่อยากจะวุ่นวายกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน จึงถูกชวนอีกว่าให้มาเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่ต้องเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่มีห้องและรถประจำตำแหน่งโดยจะได้รับเพียงเบี้ยประชุม ทั้งนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาล”

นายวิษณุจึงถามกลับนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลมีปัญหาอะไร นายกฯ รับว่า ที่ผ่านมามีการถกเถียงระหว่างผู้ไม่รู้กับผู้ไม่รู้ หรือบางครั้งมีการทักท้วงจากคนข้างนอก ดังนั้นเมื่อมีปัญหาอะไรจึงต้องการปรึกษา จึงตอบรับว่า งั้นเป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะได้โลว์โปรไฟล์มาหน่อยและอาจจะช่วยดูวาระ ครม.ที่สำคัญ

อดีตรองนายกรัฐมนตรี เล่าด้วยว่า “นายกรัฐมนตรี ยังพูดว่า จากการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ต่างเห็นตรงกันว่าอยากให้ผมเองมาร่วมประชุม ครม.ด้วยเพื่อจะได้ทักท้วงได้ทันท่วงทีไม่ใช่มีมติไปแล้วจึงมาแก้ไข”

“ผมก็ท้วงไปอีกว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีกฤษฎีกา และรัฐมนตรีหลายคนก็เป็นนักกฎหมาย เช่น นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.พลังงาน แต่ นายกฯ ตอบกลับว่า ในบางเรื่องอยากจะได้ผู้ที่เป็นกลาง เพราะหากนายพีระพันธ์ พูดอะไร ก็มีหัวโขน รมว.พลังงาน ด้วย และหากทะเลาะข้ามกระทรวงแล้วใครจะฟัง ผมจึงบอกว่า แล้วแต่ท่านนายกฯไปจัดการ หากหาผู้ที่มาเป็นรองนายกฯได้แล้ว ผมขอบ๊ายบาย กลับไปทำงาน”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ดำรงตำแหน่งอะไร นายวิษณุ ตอบว่า ตอนแรกจะเป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่ติดปัญหาหลายอย่าง เช่น การเบิกเบี้ยประชุม และไม่มีสิทธิ​ออกความเห็นหรือไปนั่งในที่ประชุม ครม.จึงได้ยินว่าจะยกขึ้นเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกฯ ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะอย่างไร ก็ไม่มีรถ และห้องประจำตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง เป็นเพราะนายกฯ ถูก 40 สว.ยื่นร้องถอดถอนใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า “ไม่เกี่ยว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่นายกฯจะมาปรึกษาเรื่องดังกล่าว แต่ผมไม่ใช่เจ้าของเรื่องนายพิชิต ชื่นบาน ต้องเป็นผู้ดำเนินการ รวมทั้งกฤษฎีกา ทีมกฎหมาย และอัยการ ที่ต้องเข้ามาดูเรื่องนี้และอาจจะให้ผมเข้าไปช่วยดูได้”

ผู้สื่อข่าวถามให้ประเมินว่า คดีดังกล่าวจะเป็นอย่างไร นายวิษณุ ตอบว่า “ยังไม่เห็นสำนวนและคำร้องแต่ก็เข้าใจว่านายกฯ อยากให้ตนเข้าไปช่วยดู ซึ่งเมื่อครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ที่ถูกร้องจำนวน 5 คดี ผมก็เข้าไปช่วยดูแต่ไม่ได้เข้าไปดูในฐานะหัวหน้าทีม”

“คดี 40 สว.ยื่นร้องถอดถอน ผมยังไม่สามารถตอบได้ว่า คดีนี้จะเป็นอย่างไร เนื่องจากยังไม่เห็นคำร้อง แต่หากจะตอบแบบมีความหวัง ก็คิดว่า พอมีหนทางในการสู้คดี แต่สู้แล้วชนะหรือไม่ ไม่รู้”

ผูสื่อข่าวถามว่า มีการขุดเรื่องในโซเชียลว่า นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ เคยรีทวิต​ พร้อมข้อความที่ระบุว่า “ไม่มียางอาย” จากการให้ความเห็นที่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล​ นายวิษณุ​ ย้อนถามคำถามว่า “ใครไม่มียางอาย ผมไม่รู้ และไม่ติดใจ อย่างที่ นายทักษิณ​ เคยโพสต์ข้อความว่าตน และตอนนั้นตนก็แลกกันไปคนละหมัดแล้ว”

ส่วนที่นายเศรษฐา ออกมาชี้แจงว่า “ที่พูดไปคือว่าที่ความไม่ได้ว่าที่คน” นายวิษณุ รับว่า “อันนี้จริงท่านก็พูดกับผม ก็พูดอย่างนั้น ท่านถึงว่าเราเอาความเป็นใหญ่​ อย่าไปเอาคน​ และผมสนิทและรู้จักกับนายเศรษฐา อยู่ก่อนนานแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ใจอ่อนรับตำแหน่งเพราะอะไร ทั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตระบัดสัตย์ และก่อนหน้านี้จะไม่รับตำแหน่งและกลับไปเลี้ยงหลาน นายวิษณุ​ ตอบว่า “ผมก็ปฏิเสธ​ ไม่รับตำแหน่ง ถ้าตระบัดสัตย์ ก็รับตำแหน่งรองนายกฯไปแล้ว”

นายวิษณุ เล่าต่อว่า “ผมอุตส่าห์เขียนหนังสือเรื่องชีวิตที่เหมือนทรายกับทะเล วันหนึ่งทะเลก็คือการเมือง ก็ขึ้นมาซัดทรายอยู่เรื่อย ๆ ที่หมอดูเคยทายเอาไว้ ซึ่งวันนี้ก็มาถึงว่า ให้เป็นรองนายกฯ ผมไม่เป็น และย้ำว่าถ้าใครมาชวนผมก็เปิดสะดือให้ดู และก็เปิดจริง ๆ เมื่อเขาชวนเป็นรองนายกฯ แต่พอชวนเป็นที่ปรึกษา ซึ่งสถานที่ธรรมดาอาทิตย์หนึ่งทำงานที่บ้าน 6 วัน ใครมีเรื่องอะไรก็เอาแฟ้มมาให้ดูที่บ้าน”

“ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร ทุกวันนี้สอนหนังสือเนติบัณฑิตเหนื่อยกว่าอีก ไม่ได้รู้สึกหนักใจกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้ลำบากใจ เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ใครจะว่าอย่างไรก็ว่ากันได้​ ข้อสำคัญคือ “สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง นาญโญ อัญญัง วิโสธเย บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ใจ​ ย่อมรู้แก่ตัวเอง”

ส่วนกรณีที่ นายกฯ ยังหารองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายไม่ได้ ก็จะทำงานต่อไปหรือไม่ นายวิษณุ​ กล่าวว่า ไปถึงจังหวะพอสมควร ถ้านานเกินไป ก็มีเหตุผล 108 เช่น เจ็บป่วยลง ส่วนที่มีการมองกันว่า การมาของนายวิษณุ เพื่อปูทางการกลับมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร​ อดีตนายกฯ และมาช่วยดูคดีของนายทักษิณ​ ใช่หรือไม่​นั้น

นายวิษณุ​ ยืนยันว่าไม่จริง เพราะการที่จะนำคุณยิ่ง​ลักษณ์​กลับมาไม่ได้ยากเลย​ ซื้อตั๋วส่งไปให้ก็มาได้แล้วจะเป็นตั๋ว สิงคโปร์-กรุงเทพฯ, ลอนดอน-กรุงเทพฯ หรือ ดูไบ-กรุงเทพฯ ส่งไปคุณยิ่งลักษณ์ก็สามารถเดินทางกลับมาแล้ว”

“กรณีคุณยิ่งลักษณ์ปัญหาคือ กลับมาแล้วถูกจำคุก 5 ปี เป็นการจำคุกที่ศาลได้ตัดสินแล้ว ผมจะไปช่วยอะไรตรงนี้ได้อย่างไร ส่วนคุณทักษิณเองก็ไม่มีใครจะไปช่วยอะไรได้ เพราะคุณทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ แล้วผมจะไปช่วยพระราชทานอภัยโทษอะไรได้อย่างไร เขาก็ต้องทำของเขาเองทั้งหมด” นายวิษณุกล่าว

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีดีลในการเชิญมารับตำแหน่งในครั้งนี้จากกลุ่มขั้วอำนาจเดิม นายวิษณุ​ ยืนยันว่า “ไม่มีดีล ไม่เกี่ยวเลย ช่วงนี้ไม่ได้มีการติดต่อกับ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ องคมนตรี​ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์​ ท่านไม่ได้ติดต่ออะไรกับใคร เพราะท่านไม่ยุ่งการเมืองอยู่แล้ว พล.อ.ประวิตร​ ก็ไม่รู้​ แต่ได้ยินว่าท่านป่วย”

คำถามที่ว่าใครเป็นคนดีลในการกลับมาครั้งนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า “คนดีล คือนายกฯ​ โดยโทรศัพท์มาจากเมืองนอก​จากประเทศอิตาลีหรือฝรั่งเศส​ ผมไม่แน่ใจ​ แต่ใครไปแนะนำท่านผมไม่รู้…แต่รู้สึกว่าจะโทร.มาจากอิตาลี”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิษณุ เครืองาม